Page 23 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 23
คำพิพากษาศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษที่ ๒๘๓๓/๒๕๖๓ นางสาวสุเจดา
ชัยสวัสดิ์อารี โจทก
บริษัทครัวการบินกรุงเทพ
จำกัด กับพวก จำเลย
พ.ร.บ. คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕
พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙
แมคณะกรรมการของจําเลยที่ ๑ เทานั้นที่มีอํานาจกําหนดนโยบายหรือแนวทาง
การดําเนินกิจการของบริษัทจําเลยที่ ๑ รวมทั้งกิจการของบริษัทในเครือ แตการที่โจทก
เปนลูกจางจําเลยที่ ๑ มีตําแหนงประธานเจาหนาที่บริหารฝายการเงิน ซึ่งเปนหนึ่งในคณะ
ทํางานระดับสูงของบริษัทจําเลยที่ ๑ ที่ไดรับมอบหมายใหทําหนาที่เปนกรรมการบริษัท
ในเครือ โดยโจทกมีหนาที่เขารวมประชุมผูบริหารและประชุมกรรมการบริษัทดวย แมการ
แสดงความเห็นของโจทกในที่ประชุมผูบริหารมีลักษณะขัดแยงกับการทํางานของคณะ
ทํางานฝายบริหารรวมทั้งกรรมการผูจัดการทําใหจําเลยที่ ๒ ไดรับความอับอาย ก็เปนเรื่อง
ของการทํางานในหนาที่ที่มีความเห็นขัดแยงกัน ถือไมไดวาเปนความประพฤติที่เสื่อมเสีย
ถึงขั้นที่จําเลยที่ ๑ จะเลิกจางโจทกเสียไดทันที กรณีจึงยังไมมีเหตุอันสมควรเพียงพอแก
การเลิกจางโจทก จําเลยที่ ๑ เลิกจางโจทกไมเปนธรรม
การเปนนายจางตาม พ.ร.บ. คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕ (๒) ในกรณี
ที่นายจางเปนนิติบุคคล ผูที่เปนนายจางใหหมายความรวมถึงผูมีอํานาจกระทําการแทน
นิติบุคคลและผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูมีอํานาจกระทําการแทนนิติบุคคลใหทําการแทน
ดวย ดังนั้นการที่จําเลยที่ ๑ เปนนายจางของโจทก และจําเลยที่ ๑ มีจําเลยที่ ๒ เปนกรรมการ
ผูจัดการ มีอํานาจกระทําการแทนจําเลยที่ ๑ จําเลยที่ ๒ จึงมีฐานะเปนนายจางดวยตาม
บทบัญญัติขางตน แตอยางไรก็ตามฐานะของจําเลยที่ ๒ ที่เปนนายจางโจทกก็เปนใน
นามของจําเลยที่ ๑ ซึ่งเปนนิติบุคคล จําเลยที่ ๒ เพียงรวมรับผิดกับจําเลยที่ ๑ ซึ่งเปน
นิติบุคคลเทานั้น ไมตองรับผิดเปนสวนตัว ที่ศาลแรงงานภาค ๑ วินิจฉัยวา จําเลยที่ ๒ ไมตอง
รวมรับผิดกับจําเลยที่ ๑ ในการชําระคาเสียหายแกโจทก จึงไมตองดวยบทบัญญัติของ
กฎหมายดังกลาว
๑๓

