Page 25 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 25

บริหารฝายการเงิน ซึ่งเปนหนึ่งในคณะทำงานระดับสูงของบริษัทจำเลยที่ ๑ ที่ไดรับมอบหมาย

              ใหทำหนาที่เปนกรรมการบริษัทในเครือโดยโจทกมีหนาที่เขารวมประชุมผูบริหารและประชุม
              กรรมการบริษัทดวย แมการแสดงความเห็นของโจทกในที่ประชุมผูบริหารมีลักษณะขัดแยงกับ

              การทำงานของคณะทำงานฝายบริหารรวมทั้งกรรมการผูจัดการ ทำใหจำเลยที่ ๒ ไดรับความ

              อับอาย เมื่อการแสดงความเห็นของโจทกในที่ประชุมผูบริหารดังกลาวนี้ไมใชการแสดงอำนาจ

              หนาที่ไปในทางกำหนดนโยบายหรือแนวทางการดำเนินกิจการของจำเลยที่ ๑ เสียเอง อันจะเปน

              การกระทำที่ขัดหรือแยงกับคำสั่งหรือนโยบายที่ไดรับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท ซึ่งเปน
              การกระทำนอกเหนือหนาที่และตอตานการบริหารงานของจำเลยที่ ๒ ผูเปนกรรมการผูจัดการ

              ของจำเลยที่ ๑ และอาจสงผลใหธุรกิจของจำเลยที่ ๑ ดำเนินไปไมราบรื่นเทาที่ควร ทั้งการนำเรื่อง

              การทำหนาที่บกพรองของพนักงานอื่นที่ไมเกี่ยวของในการประชุมมาพูดในที่ประชุม ก็มิใชเปน
              การเปดเผยขอมูลภายในของบริษัทจำเลยที่ ๑ แกบุคคลภายนอก ที่จะสงผลใหจำเลยที่ ๑

              เสียชื่อเสียงและไดรับความเสียหาย สวนขออางเรื่องการใชบัตรเครดิตสวนตัวของโจทกจายคาเดินทาง

              ของพนักงานในบริษัทเพื่อใหเกิดประโยชนแกตนเองวาเปนการขัดตอจรรยาบรรณในการปฏิบัติ

              หนาที่ทางธุรกิจของจำเลยที่ ๑ ศาลแรงงานภาค ๑ รับฟงขอเท็จจริงแลววา มิใชโจทกเพียงคน

              เดียวที่ใชบัตรเครดิตสำรองจายคาใชจายในบางเรื่อง จำเลยที่ ๒ และกรรมการบริษัทก็ปฏิบัติ
              เชนเดียวกันในกรณีจำเปน อีกทั้งเปนการใชจายจริงไมปรากฏการทุจริตเกี่ยวกับการใชบัตรเครดิต

              ดังกลาว สำหรับการสรางความแตกแยกในองคกร ศาลแรงงานภาค ๑ ไดวินิจฉัยวา ไมปรากฏ

              พฤติการณของโจทกที่มีตอลูกจางจำเลยที่ ๑ อยางไรวาเปนเหตุใหเกิดความแตกแยกในองคกร
              ทั้งความบกพรองในเรื่องของการจายเงินเดือนพนักงาน การจายเงินใหบริษัทคูคาลาชานั้น มีการ

              ประชุมหารือเพื่อแกปญหาดานการบริหารของฝายการเงินในชวงเดือนมีนาคม ๒๕๖๐ กอนที่มี

              การเลิกจางโจทก ๑ ปเศษ โดยไมปรากฏวาโจทกยังคงปลอยปละละเลยใหเกิดปญหาเชนเดิม

              หรือไมแกไขปญหาดังกลาวอีก แมจำเลยที่ ๑ จะไดพิจารณาแลวเห็นวา โจทกยังคงกระทำผิด

              จนกระทั่งเกิดเหตุการณที่โจทกพูดในการประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๑
              ทำใหจำเลยที่ ๒ ไดรับความอับอายในที่ประชุม เปนเหตุใหจำเลยที่ ๑ ตองเลิกจางโจทกตามที่

              อุทธรณก็ตาม แตพฤติกรรมของโจทกดังที่ศาลแรงงานภาค ๑ รับฟงมานั้น เปนการแสดงออก

              ถึงความเห็นที่ขัดแยงกับจำเลยที่ ๒ ยังไมมีผลกระทบตอการบริหารกิจการงานของจำเลยที่ ๑
              อยางชัดเจน การที่โจทกมีพฤติกรรมในการทำงานที่กระทบตออารมณความรูสึกของจำเลยที่ ๒

              ซึ่งเปนกรรมการผูจัดการใหไดรับความอับอายในที่ประชุม ก็เปนเรื่องของการทำงานในหนาที่

              ที่มีความเห็นขัดแยงกัน ถือไมไดวาเปนความประพฤติที่เสื่อมเสียถึงขั้นที่จำเลยที่ ๑ จะเลิกจาง


                                                      ๑๕
   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30