Page 21 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 21

๒๕๖๑ เปนเงิน ๕๓๐,๑๔๗,๘๖๕ บาท ป ๒๕๖๐ เปนเงิน ๕๘๕,๑๑๔,๘๘๙ บาท ป ๒๕๕๙

              เปนเงิน ๕๗๓,๑๘๒,๓๘๔ บาท และป ๒๕๕๘ เปนเงิน ๕๓๕,๘๒๐,๒๑๖ บาท และมีหนี้สินรวมในป
              ๒๕๖๑ เปนเงิน ๘๑,๘๕๙,๒๓๙ บาท ป ๒๕๖๐ เปนเงิน ๘๐,๒๖๑,๘๗๗ บาท ป ๒๕๕๙ เปนเงิน

              ๗๘,๐๗๐,๕๒๒ บาท และป ๒๕๕๘ เปนเงิน ๖๖,๐๙๑,๔๕๗ บาท และมีกำไรที่ยังไมไดจัดสรร

              ในป ๒๕๖๑ เปนเงิน ๓๙๕,๔๘๘,๖๒๖ บาท ป ๒๕๖๐ เปนเงิน ๔๕๒,๐๕๓,๐๑๒ บาท ป ๒๕๕๙

              เปนเงิน ๔๔๒,๓๑๑,๘๖๒ บาท และป ๒๕๕๘ เปนเงิน ๔๑๖,๙๒๘,๗๕๙ บาท แสดงใหเห็นวา

              จำเลยมีทรัพยสินและมีกำไรจากการประกอบการมาตั้งแตจำเลยเริ่มจดทะเบียนจนถึงป ๒๕๖๑
              โดยจำเลยมีสินทรัพยเปนเงิน ๕๓๐,๑๔๗,๘๖๕ บาท และมีกำไรที่ยังไมไดจัดสรรในป ๒๕๖๑

              เปนเงิน ๓๙๕,๔๘๘,๖๒๖ บาท เปนขอบงชี้วา ในป ๒๕๖๑ ผลประกอบการของจำเลยยังไมได

              ขาดทุนจนถึงขนาดที่จำเลยไมสามารถประกอบกิจการตอไปได แมวาจำเลยจะประสบภาวะเศรษฐกิจ
              ตกต่ำทำใหยอดขายสินคาลดลงอยางมาก และรายรับเพิ่มเติมจากลูกคารายใหมไมสามารถชดเชย

              รายรับที่ลดลงได ทำใหจำเลยตองแบกรับภาระคาใชจายที่เพิ่มขึ้นก็ตาม แตกิจการของจำเลย

              ยังมีสินทรัพยและมีกำไรจากการประกอบกิจการอยูจำนวนมาก เพียงแตขาดทุนในป ๒๕๖๑

              เพียงปเดียวเทานั้น กรณียังไมไดความวาจำเลยขาดทุนทุกปจนไมสามารถดำเนินกิจการตอไปได

              แมการเลิกจางดังกลาวมีสาเหตุตามที่จำเลยกลาวอางอยูบางแตก็ไมใชสาเหตุที่จำเปนหรือสมควร
              จนถึงขนาดตองเลิกจางโจทกทั้งสาม เมื่อจำเลยเลิกจางโจทกทั้งสามโดยไมปรากฏวาโจทกทั้งสาม

              กระทำความผิด กรณีจึงเปนการเลิกจางที่ยังไมมีเหตุอันสมควรและเพียงพอ เปนการเลิกจางที่

              ไมเปนธรรม จำเลยจึงตองรับผิดชดใชคาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรมใหแกโจทกทั้งสาม
                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยในประการแรกวา การที่จำเลยเลิกจาง

              โจทกทั้งสามเปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรมหรือไม เห็นวา คดีนี้ศาลแรงงานภาค ๑ ฟงขอเท็จจริง

              แลววา จำเลยประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทำใหยอดขายสินคาลดลงอยางมาก และรายรับเพิ่ม

              เติมจากลูกคารายใหมไมสามารถชดเชยรายรับที่ลดลงได ทำใหจำเลยตองแบกรับภาระคาใชจาย

              ที่เพิ่มขึ้น และเมื่อพิจารณาผลประกอบการในป ๒๕๕๙ จำเลยมีกำไรประมาณ ๓๗ ลานบาทเศษ
              ป ๒๕๖๐ จำเลยมีกำไรประมาณ ๒๓ ลานบาทเศษ แตป ๒๕๖๑ จำเลยกลับขาดทุนสูงถึง ๓๑

              ลานบาทเศษ ประกอบงบกำไรขาดทุนเอกสารหมาย ล.๓๐ และ ล.๓๑ อันแสดงใหเห็นวา

              ผลประกอบการของจำเลยในชวงปหลัง ๆ มีแนวโนมกำไรลดลงอยางตอเนื่องจนถึงขั้นขาดทุนอยาง
              หนักในป ๒๕๖๑ จากสภาพการณดังกลาวหากจำเลยไมมีมาตรการใด ๆ ในการแกไขปญหาที่

              เกิดขึ้นยอมจะนำไปสูการปดกิจการลงอยางแนนอน ซึ่งจะสงผลกระทบในวงกวางตอลูกจาง

              จำเลยทุกคน เมื่อขอเท็จจริงปรากฏวา จำเลยพยายามแกปญหาดังกลาวโดยการปรับโครงสราง


                                                      ๑๑
   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26