Page 24 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 24

โจทกฟอง ขอใหบังคับจำเลยทั้งสองรวมกันชำระคาเสียหายจากการเลิกจางไมเปนธรรม

              และการทำละเมิด ๕,๑๘๔,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับแตวันเลิกจาง
              เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก ใหจำเลยทั้งสองรวมกันออกหนังสือประกาศแกไขขาวให

              โจทกโดยสงทางจดหมายอิเล็กทรอนิกสแกพนักงานทุกคนและปดไว ณ สำนักงานของจำเลยที่ ๑

              และบริษัทในเครือในสถานที่เปดเผยเปนเวลาหนึ่งเดือนวาโจทกไมมีพฤติกรรมดังที่ระบุไวในหนังสือ

              เลิกจาง

                       จำเลยทั้งสองใหการ ขอใหยกฟอง
                       ศาลแรงงานภาค ๑ พิพากษาใหจำเลยที่ ๑ ชำระคาเสียหายจากการเลิกจางไมเปน

              ธรรม ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับถัดจากวันฟอง (ฟองวันที่ ๑

              กุมภาพันธ ๒๕๖๒) เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก คำขออื่นนอกจากนี้ใหยก และยกฟอง
              จำเลยที่ ๒

                       โจทกและจำเลยที่ ๑ อุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ขอเท็จจริงรับฟงไดวา จำเลย

              ที่ ๑ เปนนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ ๒ เปนประธานกรรมการบริหารและเปนหนึ่งใน

              คณะกรรมการบริษัท โจทกเปนลูกจางจำเลยที่ ๑ ตั้งแตวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๗ ตำแหนงสุดทาย
              เปนประธานเจาหนาที่บริหารฝายการเงิน ไดรับคาจางอัตราสุดทายเดือนละ ๒๑๖,๐๐๐ บาท วันที่

              ๒๕ กันยายน ๒๕๖๑ จำเลยที่ ๑ มีหนังสือเลิกจางโจทกอางวา โจทกมีความประพฤติและปฏิบัติ

              ตนไมเหมาะสมกับตำแหนงผูบริหารระดับสูงขององคกร กลาวคือ โจทกปฏิบัติตนขัดแยงกับ
              นโยบายที่ไดรับมอบหมายจากกรรมการผูจัดการเปนประจำและตอเนื่อง กระทำโดยตั้งใจและ

              เจตนาทำใหกรรมการผูจัดการไดรับความอับอายในที่ประชุมผูบริหารประจำสัปดาห ประจำเดือน

              และประชุมกรรมการบริษัทมาโดยตลอด สรางความแตกแยกในองคกรในเรื่องนโยบายการตลาด

              ที่แตกตางจากนโยบายของบริษัท ไมยอมรับใน Code of Conduct ขอกำหนดในการทำงานและ

              การบริหารงานของกรรมการผูจัดการ มีพฤติกรรมเปนปฏิปกษตอกรรมการผูจัดการทั้งตอหนา
              และลับหลังในที่สาธารณะ และเปดเผยขอมูลภายในของบริษัทใหบุคคลภายนอกทำใหบริษัท

              เสื่อมเสียชื่อเสียงและไดรับความเสียหาย

                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยที่ ๑ วา มีเหตุอันสมควรและเพียงพอที่
              จำเลยที่ ๑ จะเลิกจางโจทก จึงไมใชการเลิกจางไมเปนธรรมหรือไม เห็นวา แมคณะกรรมการของ

              จำเลยที่ ๑ เทานั้นที่มีอำนาจกำหนดนโยบายหรือแนวทางการดำเนินกิจการของบริษัทจำเลยที่ ๑

              รวมทั้งกิจการของบริษัทในเครือ แตการที่โจทกเปนลูกจางจำเลยที่ ๑ มีตำแหนงประธานเจาหนาที่


                                                      ๑๔
   19   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29