Page 265 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 265

ในหนาที่การงานเปนเหตุใหจำเลยที่ ๑ ซึ่งเปนนายจางไดรับความเสียหายอยางรายแรง

              ที่ศาลแรงงานภาค ๔ วินิจฉัยมานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณของโจทก
              ที่ ๒ และที่ ๓ ในขอนี้ฟงไมขึ้น

                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกทั้งสามตอไปวา การเลิกจางโจทกทั้งสามเปน

              การเลิกจางโดยไมเปนธรรมหรือไม และจำเลยที่ ๑ ตองจายคาชดเชย สินจางแทนการบอกกลาว
              ลวงหนาแกโจทกที่ ๒ และที่ ๓ กับคาเสียหายจากการเลิกจางโดยไมเปนธรรมแกโจทกทั้งสาม

              หรือไม เห็นวา การที่จะพิจารณาวานายจางเลิกจางลูกจางจะเปนการเลิกจางโดยไมเปนธรรมตาม

              พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ หรือไมนั้น
              จะตองพิจารณาถึงเหตุแหงการเลิกจางที่แทจริงวาไดมีไดเกิดขึ้นหรือไม หากมีจึงพึงพิจารณาตอไป

              วาการกระทำนั้น ๆ เปนการฝาฝนขอบังคับเกี่ยวกับการทำงานและมีเหตุผลเพียงพอแกการเลิกจาง

              หรือไมเปนสำคัญ สวนการแตงตั้งกรรมการสอบสวนจะชอบดวยกฎหมายหรือไม หรือกรรมการ
              สอบสวนดำเนินการสอบสวนตามขอบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือไม หาเปนขอสำคัญ

              ที่จะทำใหการเลิกจางเปนการเลิกจางโดยไมเปนธรรมไม เมื่อขอเท็จจริงปรากฏวา การจัดซื้อ

              ขาวเปลือกใหมตามนโยบายของจำเลยที่ ๑ ในปการผลิต ๒๕๖๐/๒๕๖๑ โจทกที่ ๒ และที่ ๓ ฝาฝน
              ขอบังคับการทำงานของจำเลยที่ ๑ โดยประมาทเลินเลอในหนาที่การงานเปนเหตุใหจำเลยที่ ๑

              ซึ่งเปนนายจางไดรับความเสียหายอยางรายแรง การเลิกจางโจทกที่ ๒ และที่ ๓ ของจำเลยที่ ๑

              จึงมีเหตุอันสมควรและเพียงพอที่จะเลิกจางได มิใชการเลิกจางโดยไมเปนธรรม มีผลใหจำเลยที่ ๑
              ไมตองจายคาเสียหายจากการเลิกจางโดยไมเปนธรรม และกรณีเขาเหตุยกเวนที่นายจางไมตอง

              จายคาชดเชยตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๓) ทั้งจำเลยที่ ๑

              มีสิทธิเลิกจางโจทกที่ ๒ และที่ ๓ โดยมิพักตองบอกกลาวลวงหนาหรือจายสินจางแทนการบอก
              กลาวลวงหนาตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๕๘๓ สวนโจทกที่ ๑ ซึ่งมีตำแหนง

              เจาหนาที่การตลาดรับซื้อขาวเปลือกในขณะที่จำเลยที่ ๑ ปดจุดรับซื้อขาวและอยูในชวงระยะเวลา

              ที่มีการซื้อขาวเปลือกเกามาผสมขาวเปลือกใหมในปการผลิต ๒๕๖๐/๒๕๖๑ อันเปนเหตุใหจำเลย
              ที่ ๑ ไดรับความเสียหายอยางรายแรง แมขอเท็จจริงรับฟงไมไดวาโจทกที่ ๑ เปนผูซื้อขาวเปลือกเกา

              เพื่อนำมาผสมขาวเปลือกใหมก็ตาม ก็นับวาเปนพฤติการณที่ทำใหจำเลยที่ ๑ สงสัยวาโจทก

              ที่ ๑ เปนผูซื้อขาวเปลือกเกามาผสมขาวเปลือกใหมอยูดวย ยอมเปนธรรมดาที่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเปน
              นายจางไมอาจไววางใจใหโจทกที่ ๑ ทำงานตอไป จึงมีเหตุอันสมควรและเพียงพอที่จะเลิกจางได

              มิใชการเลิกจางโดยไมเปนธรรม จำเลยที่ ๑ ไมตองจายคาเสียหายจากการเลิกจางโดยไมเปนธรรม

              ที่ศาลแรงงานภาค ๔ วินิจฉัยมานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณของโจทก
              ทั้งสามในขอนี้ฟงไมขึ้นเชนกัน


                                                     ๒๕๕
   260   261   262   263   264   265   266   267   268   269   270