Page 278 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 278

ภายในรถยนตที่โอนขายแกบริษัทสุพรีม เฟลตัล (ประเทศไทย) จำกัด  แลววินิจฉัยวา การที่ผูรอง

              ขายกิจการแกบริษัทสุพรีม เฟลตัล (ประเทศไทย) จำกัด เปนการเปลี่ยนแปลงตัวนายจาง ยอมมี

              ผลทำใหผูคัดคานทั้งเจ็ดในฐานะกรรมการลูกจางไปเปนลูกจางของบริษัทดังกลาวในฐานะนายจาง
              ใหมดวย ที่ผูรองอางวาเหตุที่ตองเลิกจางเพราะไมไดประกอบกิจการและโอนขายกิจการไปแลว

              ไมใชเหตุที่จะนำมากลาวอางไดเพราะสถานะความเปนนายจางของผูรองสิ้นสุดลงแลวเมื่อผูคัดคาน

              ทั้งเจ็ดยินยอมไปเปนลูกจางของนายจางใหมตั้งแตวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๓ เมื่อความเปนนายจาง

              สิ้นสุดลง ณ วันดังกลาว ผูรองจึงไมอาจอางความเปนนายจางของผูคัดคานทั้งเจ็ดเพื่อรองขอ
              เลิกจางผูคัดคานทั้งเจ็ด สวนที่มีขอตกลงใหผูรองเลิกจางพนักงานรวมทั้งผูคัดคานทั้งเจ็ดดวยไมมี

              ผลผูกพันผูคัดคานทั้งเจ็ด อีกทั้งขอตกลงดังกลาวขัดตอพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

              มาตรา ๑๓ ซึ่งเปนกฎหมายเกี่ยวดวยความสงบเรียบรอยของประชาชนยอมตกเปนโมฆะ การที่

              ผูรองยังคงจายคาจางโดยเขาใจวาความเปนลูกจางของผูคัดคานทั้งเจ็ดไมไดโอนไปดวย ก็เปน
              เรื่องที่ผูรองจัดการไปเอง ผูรองจึงไมมีอำนาจยื่นคำรองเพื่อขอเลิกจางผูคัดคานทั้งเจ็ด และกรณี

              ไมมีเหตุสมควรเลิกจางผูคัดคานทั้งเจ็ด

                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยวา การทำสัญญาขายกิจการของผูรอง และการแสดงเจตนา

              ยินยอมของผูคัดคานทั้งเจ็ด เปนการเปลี่ยนตัวนายจางหรือไม เห็นวา ในกรณีที่กิจการที่มีการ
              เปลี่ยนตัวนายจาง นายจางใหมตองรับไปทั้งสิทธิและหนาที่ที่ลูกจางเคยมีตอนายจางเดิม โดย

              ลูกจางมีสิทธิหนาที่กับนายจางเดิมอยางไร นายจางใหมก็ตองรับไปทั้งสิทธิและหนาที่นั้น แตเดิม

              การคุมครองลูกจางในเรื่องการเปลี่ยนตัวนายจางตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

              มาตรา ๑๓ บัญญัติวา “ในกรณีที่กิจการใดมีการเปลี่ยนแปลงตัวนายจางเนื่องจากการโอน รับมรดก
              หรือดวยประการอื่นใด หรือในกรณีที่นายจางเปนนิติบุคคล และมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง

              โอน หรือควบกับนิติบุคลใด สิทธิตาง ๆ ที่ลูกจางมีอยูตอนายจางเดิมเชนใดใหลูกจางมีสิทธิเชนวา

              นั้นตอไป และใหนายจางใหมรับไปทั้งสิทธิและหนาที่อันเกี่ยวกับลูกจางนั้นทุกประการ” ตอมา

              ในป ๒๕๖๒ มีการปรับปรุงแกไขความในมาตรา ๑๓ นี้ โดยพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน
              (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ เปนขอความวา “ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวนายจาง หรือในกรณีที่

              นายจางเปนนิติบุคคล และมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง โอน หรือควบกับนิติบุคลใด หากมี

              ผลทำใหลูกจางคนหนึ่งคนใดไปเปนลูกจางของนายจางใหม การไปเปนลูกจางของนายจางใหม

              ดังกลาวตองไดรับความยินยอมจากลูกจางคนนั้นดวย และใหสิทธิตาง ๆ ที่ลูกจางมีอยูตอนายจาง
              เดิมคงมีสิทธิตอไป โดยนายจางใหมตองรับไปทั้งสิทธิและหนาที่อันเกี่ยวกับลูกจางนั้นทุกประการ”

              ซึ่งบทบัญญัติมาตราดังกลาวเปนการเปลี่ยนตัวนายจางเนื่องจากมีการกระทำใด ๆ ที่เปนการ


                                                     ๒๖๘
   273   274   275   276   277   278   279   280   281   282   283