Page 279 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 279

เปลี่ยนแปลง โอน หรือควบกับนิติบุคคลใด ที่มีผลทำใหลูกจางไปเปนลูกจางของนายจางใหม

              เมื่อพิจารณาจากขอตกลงซื้อขายกิจการระหวางผูรอง กับบริษัทสุพรีม เฟลตัล (ประเทศไทย)

              จำกัด แลว ไมมีขอตกลงขอใดที่เปนการตกลงอันมีผลทำใหผูคัดคานทั้งเจ็ดไปเปนลูกจางของ
              บริษัทสุพรีม เฟลตัล (ประเทศไทย) จำกัด เพียงแตมีขอตกลงเกี่ยวกับการเลิกจางพนักงานของ

              ผูรองในขอ ๗ ตั้งแตขอ ๗.๑ ถึงขอ ๗.๓ วา พนักงานที่อยูภายใตการจางงานของผูรอง ผูรองจะ

              ดำเนินการเลิกจาง และผูรองจะเปนผูดำเนินการเจรจากับกลุมพนักงานที่ยังไมสิ้นสุดสภาพการจาง

              เพื่อดำเนินการเลิกจาง โดยผูรองจะเปนผูรับผิดชอบในคาใชจายทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นจากการ
              ดำเนินการเลิกจางดังกลาวเทานั้น โดยไมมีการตกลงใหผูคัดคานทั้งเจ็ดโอนไปเปนพนักงานของ

              บริษัทสุพรีม เฟลตัล (ประเทศไทย) จำกัด  หรือบริษัทสุพรีม เฟลตัล (ประเทศไทย) จำกัด ตกลง

              รับผูคัดคานทั้งเจ็ดไปเปนพนักงานของตน ดังนั้น การทำสัญญาตกลงซื้อขายกิจการระหวางผูรอง

              กับบริษัทสุพรีม เฟลตัล (ประเทศไทย) จำกัด หามีผลทำใหผูคัดคานทั้งเจ็ดไปเปนลูกจางของ
              บริษัทสุพรีม เฟลตัล (ประเทศไทย) จำกัด แมผูคัดคานทั้งเจ็ดจะสงหนังสือยินยอมไปเปนลูกจาง

              ของบริษัทสุพรีม เฟลตัล (ประเทศไทย) จำกัด ใหแกผูรองและบริษัทสุพรีม เฟลตัล (ประเทศไทย)

              จำกัด เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๓ ก็ไมมีผลทำใหผูคัดคานทั้งเจ็ดไปเปนลูกจางของบริษัทสุพรีม

              เฟลตัล (ประเทศไทย) จำกัด เชนกัน เพราะไมมีการตกลงใดที่มีผลใหมีการเปลี่ยนตัวนายจาง
              เกิดขึ้นตั้งแตแรกดังกลาว แมตอมาผูคัดคานทั้งเจ็ดจะยินยอมไปเปนลูกจางของบริษัทสุพรีม

              เฟลตัล (ประเทศไทย) จำกัด ก็ตาม ผูรองจึงยังคงเปนนายจางของผูคัดคานทั้งเจ็ด ที่ศาลแรงงาน

              ภาค ๒ เห็นวาสถานะความเปนนายจางของผูรองสิ้นสุดลงแลวตั้งแตวันที่ผูคัดคานทั้งเจ็ดยินยอม

              ไปเปนลูกจางของบริษัทสุพรีม เฟลตัล (ประเทศไทย) จำกัด  เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๓ นั้น
              ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมเห็นพองดวย อุทธรณของผูรองฟงขึ้น

                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตอไปวา กรณีมีเหตุทำใหตองเลิกจางผูคัดคานทั้งเจ็ดหรือไม

              เห็นวา การที่นายจางตองไดรับอนุญาตจากศาลแรงงานเพื่อขอเลิกจางลูกจางที่เปนกรรมการลูกจาง

              ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๕๒ นั้น เพื่อเปนการคุมครองลูกจางที่
              เปนกรรมการลูกจางมิใหถูกนายจางกลั่นแกลงอันเปนเหตุใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่

              ของกรรมการลูกจาง โดยใหอำนาจศาลแรงงานพิจารณากลั่นกรองอีกชั้นหนึ่งวามีเหตุสมควรและ

              เพียงพอที่จะเลิกจางลูกจางที่เปนกรรมการลูกจางไดหรือไม ซึ่งศาลแรงงานภาค ๒ ฟงขอเท็จจริง

              วาปจจุบันผูรองปดกิจการแลวอยูในระหวางการชำระบัญชี คงเหลือเพียงผูคัดคานทั้งเจ็ด เมื่อเดือน
              กันยายน ๒๕๖๐ ผูรองขายกิจการเฉพาะกลุมงานเบาะรถยนตแกบริษัทแอเดียนท แอนด ซัมมิท

              คอรปอเรชั่น อินทีเรียส จำกัด คงเหลือกิจการตกแตงภายในรถยนตผูคัดคานทั้งเจ็ดยังเปนลูกจาง


                                                     ๒๖๙
   274   275   276   277   278   279   280   281   282   283   284