Page 274 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 274

พยานจำเลยเบิกความวาเงินจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท ที่จำเลยจายพรอมเงินเดือนประจำเดือน

              ธันวาคม ๒๕๖๒ เปนการจายเงินคาเดินทางและคาทางดวนใหแกโจทกแลวเปนการบิดเบือน

              ขอเท็จจริง และเปนการรับฟงพยานหลักฐานคลาดเคลื่อนนั้น แมจะฟงไดวาศาลแรงงานกลาง
              ฟงขอเท็จจริงเกี่ยวกับเลขบัญชีที่จำเลยโอนคาเดินทางและคาทางดวนคลาดเคลื่อนโดยไมใชเลขบัญชี

              ธนาคารของโจทกก็ตาม แตเมื่อโจทกยอมรับในอุทธรณแลววาจำเลยไดโอนเงินเดือนประจำเดือน

              ธันวาคม ๒๕๖๒ พรอมกับเงินไดอื่น ๆ จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท เขาบัญชีเลขที่ ๑๔๒๒๐๙๕๑๗๔

              ของโจทกจริง โดยโจทกมิไดแสดงใหเห็นวาเงินดังกลาวเปนเงินรายไดอยางอื่นที่โจทกมีสิทธิไดรับ
              นอกเหนือจากคาเดินทางและคาทางดวน กรณีจึงรับฟงไดตามอุทธรณของโจทกวาจำเลยจายเงิน

              คาเดินทางและคาทางดวนเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๒ ใหแกโจทกครบถวนแลวโดย

              จายรวมอยูในเงินจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท สวนเงินเบี้ยเลี้ยงนั้น โจทกฟองวา โจทกมีสิทธิไดรับเงิน

              เบี้ยเลี้ยงตั้งแตเขาเปนลูกจางโจทกจนถึงวันเลิกจางในอัตราวันละ ๕๐๐ บาท รวม ๕๖ วัน แตจำเลย
              ไมยอมจาย จำเลยใหการวา จำเลยจายเงินเบี้ยเลี้ยงใหแกโจทกแลว อันแสดงใหเห็นวาจำเลย

              ยอมรับวาโจทกมีสิทธิไดรับเงินเบี้ยเลี้ยงในกรณีที่ปฏิบัติงานนอกสถานที่จริง คงตอสูเพียงวาจำเลย

              จายเงินเบี้ยเลี้ยงครบถวนแลว ดังนั้นคดีจึงมีประเด็นเกี่ยวกับเงินเบี้ยเลี้ยงเพียงวาโจทกมีสิทธิไดรับ

              เงินเบี้ยเลี้ยงเทาใด และจำเลยจายเงินเบี้ยเลี้ยงใหแกโจทกครบถวนหรือไม การที่ศาลแรงงานกลาง
              รับฟงขอเท็จจริงวาสัญญาจางแรงงานระหวางโจทกกับจำเลยไมมีขอสัญญาหรือขอตกลงใด ๆ

              ที่นายจางจะตองจายคาไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ใหแกลูกจาง และเอกสารการขอเบิกเงินเบี้ยเลี้ยง

              ในการปฏิบัติงานนอกสถานที่เปนเอกสารที่โจทกจัดทำขึ้นแตเพียงฝายเดียวโดยไมปรากฏวา

              มีการรับรองความถูกตองแทจริงในการปฏิบัติงานของโจทกนอกสถานที่ แลววินิจฉัยวา พยาน
              หลักฐานของโจทกไมอาจรับฟงไดวาโจทกมีสิทธิไดรับเงินเบี้ยเลี้ยง จึงเปนการวินิจฉัยนอกเหนือ

              จากที่จำเลยใหการและฟงขอเท็จจริงไมครบถวน ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นสมควรยอน

              สำนวนใหศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงหรือสืบพยานโจทกและจำเลยเพื่อฟงขอเท็จจริงดังกลาว

              เสียกอนแลววินิจฉัยตอไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงมาตรา ๒๔๓ (๓) (ข)
              ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗

                       มีปญหาที่ตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกประการสุดทายวา ศาลแรงงานกลางพิพากษา

              ใหจำเลยชำระดอกเบี้ยของสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาในอัตรารอยละ ๗.๕ ตอปชอบดวย

              กฎหมายหรือไม โดยโจทกอุทธรณวา พระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๙
              ฉบับแกไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดใหนายจางตองเสียดอกเบี้ยจากการจายสินจางแทนการ

              บอกกลาวลวงหนาลาชาในอัตรารอยละ ๑๕ ตอป ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาใหจำเลยเสียดอกเบี้ย


                                                     ๒๖๔
   269   270   271   272   273   274   275   276   277   278   279