Page 285 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 285

ควบคุม และปองกันการแพรระบาดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ตามคำสั่งที่ ๒๖๗๔/๒๕๖๓

              ตอมาผูวาราชการจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งผอนคลายการบังคับการปดสถานที่โดยใหเปดโรงแรมที่ได

              รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมาย และเดินทางขามเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ตไดตั้งแต
              วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ เปนตนไป ตามคำสั่งที่ ๓๐๑๘/๒๕๖๓ เห็นไดวา ในชวงระหวางวันที่

              ๔ เมษายน ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ โรงแรมของจำเลยจึงถูกปดกิจการและหาม

              ประชาชนเดินทางขามเขตจังหวัดภูเก็ตตามคำสั่งที่ ๑๗๙๗/๒๕๖๓ และที่ ๒๖๗๔/๒๕๖๓ การที่

              จำเลยมีความจำเปนตองหยุดกิจการเปนการชั่วคราว ดวยเหตุดังกลาวจึงเปนเหตุที่ไมอาจปองกัน
              ไดถือวาเปนเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๘ ในชวงระยะเวลาดังกลาว

              จำเลยจึงไมตองจายเงินรอยละ ๗๕ ของคาจางในวันทำงานที่โจทกไดรับกอนหยุดกิจการตลอด

              ระยะเวลาที่จำเลยไมไดใหโจทกทำงานตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๕

              แตตอมาเมื่อผูวาราชการจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งที่ ๓๐๑๘/๒๕๖๓ ใหเปดโรงแรมและเดินทาง
              ขามเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ตไดตั้งแตวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ เปนตนไป ประชาชนจึงสามารถ

              เดินทางเขาและออกจังหวัดภูเก็ตได การที่จำเลยอางวาแมจำเลยจะเปดโรงแรมก็จะไมมีนักทองเที่ยว

              จากตางประเทศเขาประเทศไทยนั้น แตจำเลยก็ยังสามารถรับนักทองเที่ยวจากภายในประเทศได

              การที่จำเลยยังคงปดกิจการเปนการชั่วคราวตั้งแตวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ จึงมิใชเปนเหตุสุดวิสัย
              ตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๕ ที่ศาลแรงงานภาค ๘ วินิจฉัยมา

              วาตั้งแตวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ โจทกไมมีสิทธิไดรับชำระหนี้

              คาจางตอบแทน ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวยในผล สวนที่วินิจฉัยมาวาตั้งแตวันที่ ๑

              มิถุนายน ๒๕๖๓ ไมถือเปนเหตุสุดวิสัยมานั้นชอบแลว ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย
              อุทธรณของจำเลยและโจทกขอนี้ฟงไมขึ้น

                       มีปญหาที่ตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยตอไปวา จำเลยตองจายคาจางระหวางวันที่

              ๑ ถึง ๓ เมษายน ๒๕๖๓ หรือไม เห็นวา โจทกเบิกความรับวาจำเลยไดจายคาจางและคาตอบแทน

              บริการ (เซอรวิสชารจ) ของงวดวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓ ถึง ๓ เมษายน ๒๕๖๓ รวม ๒๓,๘๖๖.๖๗ บาท
              แลว ดังนั้นจำเลยจึงไมตองจายคาจางสำหรับวันที่ ๑ ถึง ๓ เมษายน ๒๕๖๓ แกโจทกอีก

              อุทธรณของจำเลยขอนี้ฟงขึ้น

                       มีปญหาที่ตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยประการสุดทายวา จำเลยตองจายคาจาง

              สำหรับวันหยุดพักผอนประจำป ๒๕๖๓ จำนวน ๑๓ วัน ใหแกโจทกหรือไม เห็นวา เมื่อศาลแรงงาน
              ภาค ๘ ฟงขอเท็จจริงวา จำเลยยังไมไดเลิกจางโจทก จำเลยจึงไมตองจายคาจางสำหรับวันหยุด

              พักผอนประจำป ๒๕๖๓ ซึ่งเปนปที่เลิกจางตามสวนของวันหยุดพักผอนประจำปที่ลูกจางพึงมี


                                                     ๒๗๕
   280   281   282   283   284   285   286   287   288   289   290