Page 286 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 286

สิทธิไดรับตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๖๗ วรรคหนึ่ง ที่ศาลแรงงาน

              ภาค ๘ วินิจฉัยวาโจทกมีวันหยุดพักผอนประจำป ๒๕๖๓ ที่ยังไมไดใช ๑๓ วัน และมีสิทธิไดรับ

              คาจางสำหรับวันหยุดพักผอนประจำปที่ยังไมไดใชนั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมเห็นพองดวย
              อุทธรณของจำเลยขอนี้ฟงขึ้น

                       ที่โจทกอุทธรณวา โจทกทำงานในเดือนเมษายน ๒๕๖๓ ทุกวัน วันละ ๒๔ ชั่วโมง และ

              เดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ๒๕๖๓ จำนวน ๕ วัน เปนการทำงานใหนายจาง จึงมีสิทธิไดรับ

              คาลวงเวลา มิใชเปนการตกลงบรรเทาความเดือดรอนตามที่ศาลแรงงานภาค ๘ วินิจฉัย และจำเลย
              เลิกจางโจทกเนื่องจากโจทกไมสมัครใจลาออก แตถูกจำเลยกดดันโจทกจึงยอมลงลายมือชื่อใน

              ใบลาออก หนังสือเลิกจาง และใบเตือน อีกทั้งโจทกไมไดละทิ้งหนาที่เพราะจำเลยเลิกจางโจทกแลว

              โจทกจึงไมตองไปทำงานใหจำเลยนั้น เห็นวา เมื่อศาลแรงงานภาค ๘ ฟงขอเท็จจริงมาแลววา

              การที่จำเลยใหโจทกชวยเฝาโรงแรมเปนเพียงการเอื้อเฟอชวยเหลือกันระหวางนายจางและลูกจาง
              ตามความสมัครใจเพื่อบรรเทาความเดือดรอนใหแกกัน ถือไมไดวาเปนการทำงานที่วาจางและยัง

              ตองถือวาไมมีงานอันจะใหทำลวงเวลาได โจทกจึงไมมีสิทธิไดรับคาลวงเวลา และจำเลยยังไมได

              เลิกจางโจทก อุทธรณดังกลาวจึงเปนการโตแยงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงาน

              ภาค ๘ ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน
              พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

                       สวนที่ศาลแรงงานภาค ๘ วินิจฉัยวาโจทกไดรับเงินจากจำเลยในเดือนเมษายน ๒๕๖๓

              ไปแลว ๓,๐๐๐ บาท ไดรับเงินในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ๒๕๖๓ อีกเดือนละ ๑๗,๙๐๐ บาท

              แลวนำมาหักกับเงินที่โจทกมีสิทธิไดรับกรณีจำเลยหยุดกิจการในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ จำนวน
              ๒๖,๘๕๐ บาท ซึ่งเปนเงินรอยละ ๗๕ ของคาจางในวันทำงานที่โจทกไดรับกอนจำเลยหยุดกิจการนั้น

              เมื่อศาลแรงงานภาค ๘ วินิจฉัยวา การที่จำเลยใหโจทกและลูกจางอื่นที่สมัครใจชวยเฝาโรงแรม

              เปนเพียงการเอื้อเฟอชวยเหลือกันระหวางนายจางและลูกจางตามความสมัครใจเพื่อบรรเทาความ

              เดือดรอนใหแกกัน ถือไมไดวาเปนการทำงานที่วาจางตามสัญญาจางโจทกในตำแหนงผูชวย
              ผูจัดการฝายปฏิบัติการ เงินที่จำเลยจายใหแกโจทกเพื่อบรรเทาความเดือดรอนดังกลาวจึงเปน

              คาตอบแทนการทำงานเฝาโรงแรมที่ไมอาจนำมาหักจากเงินที่โจทกมีสิทธิไดรับกรณีจำเลยหยุด

              กิจการในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ จำนวน ๒๖,๘๕๐ บาท ได จำเลยจึงตองจายเงินกรณีจำเลยหยุด

              กิจการดังกลาวพรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๑๕ ตอป ของตนเงินดังกลาวตามพระราชบัญญัติ
              คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง เมื่อไมปรากฏวาโจทกไดทวงถามเงินสวนนี้

              เมื่อใด จึงถือวาจำเลยผิดนัดนับแตวันฟองเปนตนไป


                                                     ๒๗๖
   281   282   283   284   285   286   287   288   289   290   291