Page 299 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 299

ซึ่งเปนวันที่ผูวาราชการจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งผอนคลายการบังคับการปดสถานที่และมาตรการ

              ควบคุมการแพรระบาดของโรคติดตออันตรายเปนตนมา จึงมิใชเปนการหยุดกิจการชั่วคราวตาม
              ความหมายแหงพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง นอกจากนี้

              ไดความจากเอกสารที่จำเลยสอบถามพนักงานในแผนกของโจทก โดยใหเลือกเพียง ๒ ขอวา

              หยุดงานโดยไมจายคาจางหรือใหจำเลยออกจดหมายเลิกจางโดยปราศจากการเรียกรองคาชดเชย
              เพื่อใหไปรับประโยชนทดแทนกรณีวางงานรอยละ ๗๐ จากสำนักงานประกันสังคม อันแสดงถึง

              ความไมสามารถที่จะจายคาจางใหแกโจทกได ประกอบกับศาลแรงงานภาค ๘ รับฟงขอเท็จจริง

              มาดวยวา จำเลยประสบภาวะขาดทุนมาตั้งแตป ๒๕๕๙ ถึงป ๒๕๖๑ เปนเงิน ๑๘๓,๕๒๐,๓๕๘ บาท
              ๑๖๗,๒๔๒,๔๑๓ บาท และ ๒๙๙,๕๒๗,๗๑๑ บาท ตามลำดับ เปนการขาดทุนติดตอกัน ๓ ป

              เปนเงินรวม ๖๕๐,๒๙๐,๔๘๒ บาท คิดเปน ๒ เทาเศษของทุนจดทะเบียน ๒๙๑ ลานบาท

              อันอาจเปนเหตุที่ทำใหจำเลยไมสามารถดำเนินกิจการตอไปได และเปนผลใหโจทกไมไดทำงาน
              พฤติการณทั้งหมดดังกลาวแสดงใหเห็นวา จำเลยไมประสงคจะใหโจทกทำงานอีกตอไป อันเปน

              การตัดความสัมพันธระหวางนายจางและลูกจางโดยเด็ดขาดและไมจายคาจางใหแกโจทก

              โดยไมมีเหตุอันจะอางได กรณีจึงเปนการเลิกจางตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
              มาตรา ๑๑๘ วรรคสอง แลว ที่ศาลแรงงานภาค ๘ พิพากษามานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษ

              เห็นพองดวย อุทธรณของจำเลยขอนี้ฟงไมขึ้น

                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยในประการสุดทายวา โจทกมีสิทธิไดรับ
              สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาและคาชดเชยพรอมดอกเบี้ยหรือไม และมีปญหาตองวินิจฉัย

              ตามคำแกอุทธรณของโจทกวา จำเลยตองเสียดอกเบี้ยของสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาให

              แกโจทกอัตราใด เห็นวา เมื่อไดวินิจฉัยมาขางตนแลววาจำเลยเลิกจางโจทก และศาลแรงงานภาค ๘
              ฟงขอเท็จจริงวา จำเลยเลิกจางโดยโจทกไมมีความผิดและไมไดบอกกลาวลวงหนา โจทกจึงมี

              สิทธิไดรับสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาและคาชดเชยพรอมดอกเบี้ย ที่ศาลแรงงานภาค ๘

              พิพากษามานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณของจำเลยฟงไมขึ้น สำหรับ
              ดอกเบี้ยของสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา พระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน (ฉบับที่ ๗)

              พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติไวโดยเฉพาะกำหนดใหนายจางที่ไมจายเงินกรณีนายจาง

              บอกเลิกสัญญาจางโดยไมบอกกลาวลวงหนาตองเสียดอกเบี้ยใหแกลูกจางในระหวางเวลาผิดนัด
              รอยละ ๑๕ ตอป เมื่อจำเลยเลิกจางโจทกภายหลังจากที่พระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน (ฉบับที่ ๗)

              พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง ใชบังคับแลว จำเลยจึงตองเสียดอกเบี้ยของสินจางแทนการบอกกลาว

              ลวงหนาใหแกโจทกอัตรารอยละ ๑๕ ตอป หาใชอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ดังที่ศาลแรงงานภาค ๘
              พิพากษามาไม ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นสมควรแกไขในสวนนี้ใหถูกตอง


                                                     ๒๘๙
   294   295   296   297   298   299   300   301   302   303   304