Page 298 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 298
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ยังคงมีอยู กรณียอมสงผลกระทบตอกิจการของจำเลยถือไดวา
เปนความจำเปนในอันที่จะหยุดกิจการเปนการชั่วคราว แตกิจการโรงแรมของจำเลยมิไดรับเฉพาะ
นักทองเที่ยวตางชาติเทานั้น เหตุนี้แมจะไมมีนักทองเที่ยวตางชาติเดินทางเขาประเทศไทย การที่
จำเลยหยุดกิจการเปนการชั่วคราวตั้งแตวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ จึงมิใชเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย
จำเลยตองจายเงินใหแกโจทกไมนอยกวารอยละ ๗๕ ของคาจางในวันทำงานที่โจทกไดรับกอน
จำเลยหยุดกิจการตลอดระยะเวลาที่จำเลยไมไดใหโจทกทำงาน ณ สถานที่จายเงินตามมาตรา ๕๕
และภายในกำหนดเวลาการจายเงินตามมาตรา ๗๐ (๑) ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๕ แตระยะเวลาในการแกไขเหตุแหงความจำเปนตองมีกำหนดเวลาที่
แนนอนติดตอกันอยางพอสมควรดวย อยางไรก็ตาม หลังจากผูวาราชการจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่ง
ผอนคลายการบังคับการปดสถานที่และมาตรการควบคุมการแพรระบาดของโรคติดตออันตราย
ตั้งแตวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ แลว จำเลยยังคงปดกิจการโรงแรมตอไปนั้นถือเปนการเลิกจาง
โจทกแลวหรือไม เห็นวา การเลิกจางตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
มาตรา ๑๑๘ วรรคสอง บัญญัติวา “การเลิกจางตามมาตรานี้หมายความวา การกระทำใดที่นายจาง
ไมใหลูกจางทำงานตอไปและไมจายคาจางให ไมวาจะเปนเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจางหรือเหตุอื่นใด
และหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจางไมไดทำงานและไมไดรับคาจางเพราะเหตุที่นายจางไมสามารถ
ดำเนินกิจการตอไป” อันเปนการตัดความสัมพันธระหวางนายจางและลูกจางโดยเด็ดขาดและ
ไมจายคาจางใหดวย ซึ่งศาลแรงงานภาค ๘ ฟงขอเท็จจริงมาวา เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓
โจทกสอบถามจำเลยวาจะเปดโรงแรมใหโจทกเขาทำงานไดเมื่อใด แมจำเลยแจงตอบโจทกวาจะ
เปดโรงแรมในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ แตเมื่อพิจารณาจดหมายอิเล็กทรอนิกสที่จำเลยแจง
ตอบโจทกดังกลาว จะเห็นไดวาวันที่จำเลยจะทำการเปดโรงแรมดังกลาวนั้น ขึ้นอยูกับการเปด
ทาอากาศยานนานาชาติตามการคาดการณของจำเลยและการทองเที่ยวอันเปนเปาหมายหลักที่
จะทำใหพนักงานมีงานที่จะกลับมาทำ ไดความวาวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ ที่ผูจัดการทั่วไปของ
จำเลยมาใหถอยคำตอศาลแรงงานภาค ๘ วาจำเลยยังไมไดเปดกิจการโรงแรม อีกทั้งตามอุทธรณ
และคำแกอุทธรณที่จำเลยและโจทกยื่นตอศาลแรงงานภาค ๘ เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๔
และวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ตามลำดับ ยังแสดงใหเห็นอยางชัดแจงวา จำเลยก็ยังไมไดเปด
กิจการโรงแรม และไมจายคาจางหรือแสดงความประสงคที่จะจายเงินใหแกโจทกไมนอยกวารอยละ ๗๕
ตามมาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง แตอยางใด ดังนั้นที่จำเลยแจงตอบโจทกวาจะเปดโรงแรมในวันที่
๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ จึงมิใชกำหนดเวลาที่แนนอน และไมเปนที่แนชัดวาจำเลยจะกลับมาเปด
ดำเนินกิจการไดอีกเมื่อใด การที่จำเลยหยุดกิจการติดตอกันมาตั้งแตวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓
๒๘๘

