Page 303 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 303
จำเลยเลิกจางโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ จึงตองจายภายในวันที่ ๓๐
สิงหาคม ๒๕๖๓ เมื่อไมจายตองเสียดอกเบี้ยในระหวางเวลาผิดนัดอัตรารอยละ ๑๕ ตอป
ตาม พ.ร.บ. คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง ไมปรากฏวาจำเลยสั่งให
โจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ ทำงานตามที่โจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ กลาวอาง แตไดความวาจำเลยแจงกำหนด
หยุดกิจการเปนการชั่วคราวตั้งแตวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๓
ใหโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ ทราบแลว และการหยุดกิจการเปนการชั่วคราวดังกลาวชอบดวย
พ.ร.บ. คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๕ มีผลเทากับนายจางมีคำสั่งใหลูกจาง
หยุดทำงานตามระยะเวลาที่นายจางกำหนด แมระหวางนั้นจำเลยยังไมเก็บอุปกรณการ
ทำงานของจำเลยไปจากโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ ก็ไมไดหมายความวาจำเลยมีคำสั่งใหมใหโจทก
ที่ ๒ ถึงที่ ๕ ทำงานใหจำเลย การที่โจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ ยังฝาฝนทำงานในชวงที่จำเลยหยุด
กิจการเปนการไมปฏิบัติตามคำสั่งจำเลย โจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ จึงไมมีสิทธิเรียกรองคาจาง
จากจำเลย สวน ป.พ.พ. มาตรา ๕๘๑ ที่โจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ ยกขึ้นอางนั้น เปนบทบัญญัติที่
กำหนดใหการบอกเลิกสัญญาจางที่มีกำหนดระยะเวลาแนนอนซึ่งไดสิ้นสุดลงแลว แตลูกจาง
ยังคงทำงานอยูตอไปโดยนายจางรูแลวไมทักทวง ตองบอกกลาวลวงหนา ไมอาจนำมา
ใชกับกรณีนี้ได เมื่อวินิจฉัยดังนี้แลว กรณีไมจำตองวินิจฉัยวาโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ ทำงาน
จากที่บานหรือที่สำนักงานจำเลย เพราะไมทำใหผลคดีเปลี่ยนแปลงไป
การพิจารณาวาการเลิกจางเปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรมหรือไม ตองพิจารณา
ที่เหตุแหงการเลิกจางวามีอยูจริงหรือไมและเหตุนั้นเปนเหตุสมควรที่นายจางจะเลิกจาง
หรือไม เมื่อขอเท็จจริงรับฟงเปนยุติตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางแลววา จำเลย
เลิกจางโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ เนื่องจากการแพรระบาดของโรคโควิด ๑๙ ที่ยังไมสิ้นสุดลง
สงผลกระทบตอภาคธุรกิจการทองเที่ยวและการโรงแรม รวมถึงกิจการของจำเลยดวย
โดยไมปรากฏเหตุอื่น จึงเปนการพิจารณาเลิกจางโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ เพื่อปรับลดตนทุน
รายจายของจำเลย ถือวามีเหตุอันสมควร ไมเปนเลิกจางที่ไมเปนธรรม ซึ่งการเลิกจางที่
ไมเปนธรรมกับการเลิกจางโดยไมไดบอกกลาวลวงหนาเปนคนละเรื่องกัน การที่จำเลย
เลิกจางโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ โดยไมไดบอกกลาวลวงหนา คงมีผลเพียงใหจำเลยตองจายสินจาง
แทนการบอกกลาวลวงหนาใหแกโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๕๘๒ วรรคหนึ่ง
และ พ.ร.บ. คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๗ วรรคสองเทานั้น หาไดมีผลให
การเลิกจางนั้นกลับเปนการเลิกจางที่ไมมีเหตุอันสมควรหรือไมเปนธรรมไม
๒๙๓

