Page 338 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 338

มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับจำเลยวา ศาลแรงงานภาค ๑

              พิพากษาใหจำเลยรับโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กลับเขาทำงานในตำแหนงหนาที่เดิมหรือเทียบเทา

              ตำแหนงหนาที่เดิมโดยไดรับคาจางไมนอยกวาคาจางอัตราสุดทายสำหรับโจทกที่ ๒ เดือนละ
              ๑๕,๓๔๙ บาท และโจทกที่ ๖ เดือนละ ๑๔,๑๑๘ บาท นับแตวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑ โดยไม

              เพิกถอนหนังสือตกลงและยินยอมรับสภาพการจางตามที่บริษัทเรียกรอง ลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑

              และคำสั่งใหปฏิบัติงาน ลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑ เปนการชอบหรือไม และโจทกใชสิทธิโดยสุจริต

              หรือไม เห็นวา เมื่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธมีคำสั่งใหจำเลยรับโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวก
              รวม ๒๙๖ คน กลับเขาทำงานในตำแหนงหนาที่เดิมและจายคาเสียหายเทากับคาจางอัตราสุดทาย

              นับแตวันเลิกจางจนถึงวันรับกลับเขาทำงาน ตามคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธที่ ๑๑๑-๔๐๖/๒๕๕๖

              ทั้งฝายนายจางและลูกจางจะตองปฏิบัติตามคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ

              ดังกลาว แมจำเลยซึ่งเปนนายจางจะไมพอใจคำสั่งและมีอำนาจฟองตอศาลแรงงานขอใหเพิกถอน
              หรือแกไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธได แตตราบใดที่ศาลแรงงาน

              ยังไมเพิกถอนหรือแกไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกลาว จำเลยยอมยังคงตองผูกพันถือปฏิบัติ

              ตามคำสั่งดังกลาว การที่จำเลยไมรับโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวกรวม ๒๙๖ คน กลับเขาทำงาน

              ทั้งยังใชสิทธิเลือกปฏิบัติตอลูกจางบางสวนดวยการแจงขอเรียกรองขอเปลี่ยนแปลงขอตกลงเกี่ยวกับ
              สภาพการจางรวม ๑๑ ขอ ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ตอโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวก ดังกลาว

              จนกลายเปนขอพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไมได แลวจำเลยปดงานตอโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวก

              อีกครั้งตั้งแตวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๗ เปนตนมาเปนระยะเวลาอีก ๓ ปเศษ จนเมื่อวันที่ ๖

              พฤศจิกายน ๒๕๖๐ โจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวกรวม ๖๖ คน ยื่นหนังสือถึงจำเลยยอมรับขอเรียกรอง
              ของจำเลยโดยไมมีเงื่อนไขและขอกลับเขาทำงาน เพื่อใหจำเลยรับโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวก

              กลับเขาทำงานตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ แตจำเลยยังคงไมรับกลับเขาทำงาน

              เปนเหตุใหโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวกตองยื่นคำรองตอคณะกรรมการแรงงานสัมพันธขอใหมี

              คำสั่งใหจำเลยรับโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวกกลับเขาทำงานในตำแหนงหนาที่และสภาพ
              การจางเดิมอีกครั้ง และแมคณะกรรมการแรงงานสัมพันธมีคำสั่งที่ ๒๗-๙๒/๒๕๖๑ ตามสำเนาคำสั่ง

              สั่งใหจำเลยรับโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวกกลับเขาทำงาน และจายคาเสียหายเทากับคาจางอัตรา

              สุดทายนับแตวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ จนถึงวันรับกลับเขาทำงานก็ตาม แตจำเลยก็ยังทำ

              หนังสือตกลงและยินยอมรับสภาพการจางตามที่บริษัทเรียกรองกำหนดใหลูกจางที่จะขอกลับ
              เขาทำงานตองลงลายมือชื่อเสียกอน และมีคำสั่งใหปฏิบัติงานกำหนดใหโจทกที่ ๒ และที่ ๖ ไป

              ปฏิบัติงานที่คลังสินคาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีหนาที่ขูดสี ทาสี ไดรับคาจางเดือนละ ๙,๖๐๐ บาท


                                                     ๓๒๘
   333   334   335   336   337   338   339   340   341   342   343