Page 340 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 340

เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑ จำเลยตองมอบหมายงานใหโจทกที่ ๒ และที่ ๖ ทำในตำแหนงหนาที่เดิม

              หรือเทียบเทาตำแหนงหนาที่เดิมโดยไดรับคาจางไมนอยกวาคาจางอัตราสุดทายกอนถูกเลิกจาง

              สำหรับโจทกที่ ๒ เดือนละ ๑๕,๓๔๙ บาท และโจทกที่ ๖ เดือนละ ๑๔,๑๑๘ บาท ปญหาเกี่ยวกับ
              การใชสิทธิโดยไมสุจริตเปนขอกฎหมายอันเกี่ยวดวยความสงบเรียบรอยของประชาชน แมคูความ

              จะมิไดยกขึ้นวากันมาแลวในศาลแรงงานภาค ๑ โจทกที่ ๒ และที่ ๖ ยอมมีสิทธิยกขึ้นอุทธรณได

              ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๒๕ วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติ

              จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗ ที่ศาลแรงงานภาค ๑
              วินิจฉัยคดีสวนนี้มานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวยในผล อุทธรณของโจทกที่ ๒

              และที่ ๖ ขอนี้ฟงขึ้น สวนอุทธรณของจำเลยขอนี้ฟงไมขึ้น

                       สวนที่โจทกที่ ๒ และที่ ๖ อุทธรณวา หนังสือตกลงและยินยอมรับสภาพการจางตามที่

              บริษัทเรียกรอง ลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑ และคำสั่งใหปฏิบัติงานของจำเลย ลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑
              ขัดและแยงตอขอเรียกรองของจำเลยที่ขอเปลี่ยนแปลงขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจาง

              ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ไมเปนคุณยิ่งกวาแกโจทกที่ ๒ และที่ ๖ ทำใหจำเลยไดเปรียบ

              โจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับสมาชิกสหภาพแรงงานเกินสมควร จึงมีเหตุใหเพิกถอนเอกสารทั้งสองฉบับ

              ดังกลาว และที่จำเลยอุทธรณวา ศาลแรงงานกลางรับฟงขอเท็จจริงขัดตอพยานหลักฐานในสำนวน
              เนื่องจากโจทกที่ ๒ และโจทกที่ ๖ ไมไดลงชื่อในหนังสือตกลงและยินยอมรับสภาพการจางตาม

              ที่จำเลยเรียกรอง ลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑ นั้น เห็นวา เมื่อวินิจฉัยวา โจทกที่ ๒ และที่ ๖ จะได

              ลงชื่อในหนังสือตกลงและยินยอมรับสภาพการจางตามที่บริษัทเรียกรองหรือไมก็ตาม การที่จำเลย

              ไมยอมรับโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวกซึ่งถูกจำเลยเลิกจางกลับเขาทำงานอันเปนการไมถือปฏิบัติ
              ตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธที่ ๑๑๑-๔๐๖/๒๕๕๖ และพฤติการณตอเนื่องภายหลัง

              จากนั้นของจำเลยเพื่อจะไมตองรับโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวกซึ่งถูกจำเลยเลิกจางกลับเขาทำงาน

              ตามคำสั่งดังกลาวเปนการใชสิทธิโดยไมสุจริต กับคำสั่งใหปฏิบัติงานของจำเลยที่จำเลยสั่งใหโจทก

              ที่ ๒ และที่ ๖ ไปปฏิบัติงานหนาที่ขูดสี ทาสี อัตราคาจางเดือนละ ๙,๖๐๐ บาท ไมผูกพันโจทก
              ที่ ๒ และที่ ๖ โดยไมจำตองเพิกถอนแลว อุทธรณของโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับอุทธรณของจำเลย

              ดังกลาว จึงไมทำใหผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไป ถือเปนอุทธรณที่ไมเปนสาระแกคดีอันควร

              ไดรับการวินิจฉัย ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๒๕

              วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีการพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒
              มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย





                                                     ๓๓๐
   335   336   337   338   339   340   341   342   343   344   345