Page 337 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 337
รับสภาพการจางตามที่บริษัทเรียกรองและคำสั่งใหปฏิบัติงาน ลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑ นั้น
จำเลยสามารถโยกยายสถานที่ทำงานของโจทกที่ ๒ และที่ ๖ ตามขอเรียกรองของจำเลยที่โจทก
ที่ ๒ และที่ ๖ เคยใหการยอมรับไวกอนแลวได กรณีไมจำตองเพิกถอนหนังสือตกลงและยินยอม
รับสภาพการจางตามที่บริษัทเรียกรองและคำสั่งใหปฏิบัติงาน ลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑ สวน
คำขอดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๑๕ ตอป และเงินเพิ่มรอยละ ๑๕ ทุกระยะเวลา ๗ วันนั้น เมื่อไมใช
กรณีที่นายจางจงใจไมจายคาจางตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๙
จึงไมกำหนดให
คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยวา โจทกที่ ๒ และที่ ๖ มีอำนาจฟอง
หรือไม เห็นวา แมคำฟองของโจทกที่ ๒ และที่ ๖ จะบรรยายฟองไวตอนหนึ่งวา การกระทำของ
จำเลยกระทบสิทธิของโจทกที่ ๒ และที่ ๖ เปนการกระทำใด ๆ ใหโจทกที่ ๒ และที่ ๖ ไมสามารถ
ทนทำงานอยูตอไปได เพราะเหตุที่ลูกจางซึ่งเปนสมาชิกสหภาพแรงงานนัดชุมนุม ทำคำรอง
ยื่นขอเรียกรอง เจรจา หรือดำเนินการฟองรอง หรือเปนพยานหรือใหหลักฐานตอพนักงานเจาหนาที่
ตามกฎหมายวาดวยการคุมครองแรงงานก็ตาม แตก็ไดบรรยายฟองไวดวยวา จำเลยทำสัญญา
จางแรงงานกับลูกจางที่เปนสมาชิกสหภาพแรงงานรวมทั้งโจทกที่ ๒ และที่ ๖ ขัดหรือแยงกับ
ขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจางเนื่องจากสัญญาจางแรงงานที่จำเลยทำไมเปนคุณยิ่งกวาแกโจทก
ที่ ๒ และที่ ๖ และไมตรงตามขอเรียกรองที่โจทกที่ ๒ และที่ ๖ รับขอเสนอของจำเลย โดยจำเลย
ปรับลดคาจางของโจทกที่ ๒ และที่ ๖ เหลือเพียงเดือนละ ๙,๖๐๐ บาท สวัสดิการอื่น ๆ ยกเลิก
ทั้งหมด ยายสถานที่ทำงานและตำแหนงหนาที่งาน ทำใหจำเลยไดเปรียบสมาชิกสหภาพแรงงาน
รวมทั้งโจทกที่ ๒ และที่ ๖ เกินสมควร ขอใหเพิกถอนหนังสือตกลงและยินยอมรับสภาพการจาง
ตามที่บริษัทเรียกรอง ลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑ และคำสั่งใหปฏิบัติงาน ลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑
อันเปนการกลาวหาวาจำเลยทำสัญญาจางแรงงานขัดหรือแยงกับขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจาง
ตามขอเรียกรองของจำเลยที่โจทกที่ ๒ และที่ ๖ ยอมรับ โดยไมเปนคุณยิ่งกวาแกโจทกที่ ๒ และ
ที่ ๖ ทั้งเปนสัญญาจางแรงงานหรือคำสั่งของนายจางที่ทำใหนายจางไดเปรียบสหภาพแรงงาน
รวมทั้งโจทกที่ ๒ และที่ ๖ เกินสมควร ซึ่งไมมีกฎหมายบัญญัติใหโจทกตองยื่นคำรองตอพนักงาน
เจาหนาที่หรือปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการอยางใดกอนที่จะดำเนินการฟองรองในศาลแรงงาน
โจทกที่ ๒ และที่ ๖ มีอำนาจฟองจำเลยเปนคดีนี้ไดโดยไมตองยื่นคำรองกลาวหาจำเลยตอ
คณะกรรมการแรงงานสัมพันธตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๔ กอน
ที่ศาลแรงงานภาค ๑ วินิจฉัยวา โจทกมีอำนาจฟองนั้นชอบแลว อุทธรณของจำเลยขอนี้ฟงไมขึ้น
๓๒๗

