Page 335 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 335
จำเลยใหการ ขอใหยกฟอง
ศาลแรงงานภาค ๑ พิพากษาใหจำเลยรับโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กลับเขาทำงานในตำแหนง
หนาที่เดิมหรือเทียบเทาตำแหนงหนาที่เดิมโดยไดรับคาจางสำหรับโจทกที่ ๒ เดือนละไมต่ำกวา
๑๕,๓๔๙ บาท สำหรับโจทกที่ ๖ เดือนละไมต่ำกวา ๑๔,๑๑๘ บาท นับแตวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑
เปนตนไป คำขออื่นนอกจากนี้ใหยก
โจทกที่ ๒ ที่ ๖ และจำเลยอุทธรณ
ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ขอเท็จจริงยุติในชั้นพิจารณา
ของศาลแรงงานภาค ๑ และตามที่ศาลแรงงานภาค ๑ รับฟงมาวา เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๗
และวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๕ โจทกที่ ๒ และที่ ๖ ตามลำดับ เขาทำงานเปนลูกจางจำเลย ณ วันที่
๑๘ มกราคม ๒๕๕๗ โจทกที่ ๒ มีหนาที่พนสีรถยนตไดรับคาจางอัตราสุดทายเดือนละ ๑๕,๓๔๙ บาท
และโจทกที่ ๖ มีหนาที่ดูแลระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในการผลิต ไดรับคาจางอัตราสุดทาย
เดือนละ ๑๔,๑๑๘ บาท กำหนดจายคาจางทุกวันที่ ๒๘ ของทุกเดือน โจทกที่ ๒ และที่ ๖ เปน
สมาชิกสหภาพแรงงานเจนเนอรัลมอเตอรส ประเทศไทย ตอมาวันที่ ๙ และวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๖
สหภาพแรงงานเจนเนอรัลมอเตอรส ประเทศไทย และจำเลยตามลำดับ ยื่นขอเรียกรองขอแกไข
เปลี่ยนแปลงขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจาง มีการเจรจาแตไมสามารถตกลงกันไดจนเกิดเปน
ขอพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไมได สหภาพแรงงานนัดหยุดงานตั้งแตวันที่ ๘ กุมภาพันธ ๒๕๕๖
และจำเลยใชสิทธิปดงานในวันเดียวกัน วันที่ ๑๙ ถึงวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๐ จำเลย
เลิกจางโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวก โจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวกยื่นคำรองกลาวหาจำเลยตอ
คณะกรรมการแรงงานสัมพันธวาการเลิกจางของจำเลยเปนการกระทำอันไมเปนธรรม คณะกรรมการ
แรงงานสัมพันธมีคำสั่งที่ ๑๑๑-๔๐๖/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๖ วาจำเลยเลิกจางเพราะเหตุที่
โจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวกยื่นขอเรียกรอง รวมชุมนุมเปนการฝาฝนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ
พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ (๑) จึงสั่งใหจำเลยรับโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวกกลับเขาทำงานใน
ตำแหนงหนาที่เดิมและจายคาเสียหายเทากับคาจางอัตราสุดทายนับแตวันเลิกจางถึงวันรับกลับ
เขาทำงานตามสำเนาคำสั่ง แตจำเลยไมรับโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวกกลับเขาทำงาน วันที่ ๗
พฤศจิกายน ๒๕๕๖ จำเลยแจงขอเรียกรองขอเปลี่ยนแปลงขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจางรวม
๑๑ ขอ ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ตอโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวก ตามสำเนาหนังสือ พรอมทั้ง
แจงชื่อผูแทนเจรจาฝายจำเลย ๔ คน แตโจทกที่ ๒ และที่ ๖ กับพวกไมไดตั้งผูแทนเขารวมการ
เจรจาขอเรียกรองและระงับขอพิพาทแรงงานตามที่กฎหมายกำหนด กลายเปนขอพิพาทแรงงาน
ที่ตกลงกันไมไดจำเลยจึงใชสิทธิปดงานตั้งแตวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๗ เปนตนมา ตามสำเนา
๓๒๕

