Page 344 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 344

คำพิพากษาศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษที่ ๑๐๐๘/๒๕๖๓  บริษัทมิตซูบิชิ อีเล็คทริค

                                                                    คอนซูมเมอร โปรดักส

                                                                    (ประเทศไทย) จำกัด      โจทก

                                                                    คณะกรรมการ
                                                                    แรงงานสัมพันธ        จำเลย

                                                                    นายเชิด  นามสงคราม

                                                                    กับพวก                จำเลยรวม



              พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔๑, ๑๒๑, ๑๒๕




                       การที่จำเลยมีคำสั่งใหโจทกจัดใหจำเลยรวมทั้งสองเขาทำงานและมอบหมายงาน

              ใหในตำแหนงเดิมหรือไมต่ำกวาเดิม เปนการใชอำนาจของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ
              ในกรณีที่เห็นวาการกระทำของนายจางเปนการกระทำอันไมเปนธรรม ตาม พ.ร.บ.

              แรงงานสัมพันธ พ.ศ. ๒๕๑๘  มาตรา ๔๑ (๔) ประกอบมาตรา ๑๒๕  หาใชเปนการกาวลวง

              เขาไปใชสิทธิบริหารกิจการตามปกติของโจทกไม
                       โจทกกับจำเลยรวมทั้งสองมีนิติสัมพันธตอกันตามสัญญาจางแรงงาน ซึ่งเปน

              สัญญาตางตอบแทนที่นายจางและลูกจางจะตองปฏิบัติการชำระหนี้ตอบแทนซึ่งกันและกัน

              กลาวคือ ลูกจางมีหนาที่ทำงานใหแกนายจาง และนายจางมีหนาที่จายคาจางตอบแทน

              ตลอดเวลาที่ลูกจางทำงานให ดังนั้น แมโจทกในฐานะนายจางจะมีสิทธิบังคับบัญชาและ

              บริหารงานภายในของตนดวยการไมมอบหมายงานใหแกผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสอง
              ซึ่งเปนลูกจาง โดยที่ยังคงจายคาจางและสวัสดิการใหลูกจางตามสิทธิที่จะไดรับก็ตาม

              แตการใชสิทธิเชนวานั้นจะตองเปนไปโดยสุจริตและไมขัดตอวัตถุประสงคของ

              การจางแรงงานดวย
                       โจทกไมใหจำเลยรวมทั้งสองเขามาทำงานและไมมอบหมายงานใหทำตั้งแต

              ปดงานตลอดมาเปนเวลานานถึง ๙ เดือน  นับวาเนิ่นนานเกินกวาการพิจารณาหาตำแหนง

              งานใหตามปกติมาก ทั้งนี้เพราะจำเลยรวมทั้งสองตางก็มีตำแหนงงานเดิมอยูแลว โดยไม

              ปรากฏวาจำเลยรวมทั้งสองมีความบกพรองในการทำงานหรือความสามารถไมเหมาะสม

              ถึงขนาดตองเปลี่ยนตำแหนงงานใหม  พฤติการณแสดงวา โจทกมิไดประสงคที่จะใหจำเลยรวม
              ทั้งสองทำงานใหตามวัตถุประสงคของสัญญาจางที่มีตอกัน แตมีเจตนากลั่นแกลง


                                                     ๓๓๔
   339   340   341   342   343   344   345   346   347   348   349