Page 346 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 346
เปนตนไปจนกวาขอเรียกรองจะสามารถตกลงกันได ตอมาวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๑ พนักงานประนอม
ขอพิพาทแรงงานไกลเกลี่ยจนโจทกและสหภาพแรงงานสามารถตกลงกันได และมีการทำบันทึก
ขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจางฉบับลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๑ ใหมีผลใชบังคับ ๑ ป โจทก
ยกเลิกการปดงานตั้งแตวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๑ และทยอยเรียกลูกจางเขาทำงานเปนกลุม ๆ
โดยกอนใหเขาทำงานโจทกใหลูกจางที่เรียกมาเขารวมกิจกรรมตามที่โจทกกำหนด จำเลยรวม
ทั้งสองและผูกลาวหาทั้งหมดเขารวมกิจกรรมตามที่โจทกกำหนดแลว แตโจทกยังไมเรียกใหกลับ
เขาทำงาน ครั้นวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๑ โจทกมีหนังสือแจงจำเลยรวมทั้งสอง ผูกลาวหาและ
สมาชิกสหภาพแรงงานที่ยังไมไดกลับเขาทำงานใหมารายงานตัวเพื่อกลับเขาทำงานภายในวันที่
๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๑ ผูกลาวหา จำเลยรวมทั้งสอง และสมาชิกสหภาพแรงงานคนอื่นรวม ๔๘ คน
เขารายงานตัวเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๑ โจทกใหทุกคนเขารับการอบรมเกี่ยวกับระเบียบ
ขอบังคับเกี่ยวกับการทำงานและความปลอดภัยในการทำงานจนถึงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๑
ตอมาวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๑ โจทกมีหนังสือแจงผูกลาวหาและจำเลยทั้งสองวาไมตองเขามา
ทำงานในบริษัทจนกวาจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง อางวาประพฤติตนเปนปฏิปกษตอโจทก เชน
สงเสียงเอะอะ แสดงกิริยาไมเหมาะสม จนพนักงานอื่นตื่นตระหนกและกังวลถึงความไมปลอดภัย
ในการทำงาน โดยโจทกจายคาจางและสวัสดิการใหตามปกติ ผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสองยื่น
คำรองตอจำเลย กลาวหาวาโจทกกระทำการอันไมเปนธรรมตอผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสอง
จำเลยมีคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ ที่ ๓๕๑-๓๗๗/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๑ วา
การที่โจทกไมใหผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสองเขาทำงานและไมมอบหมายงานเปนการฝาฝน
มาตรา ๑๒๑ (๑) และ (๒) แหงพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ พ.ศ. ๒๕๑๘ เปนการกระทำ
อันไมเปนธรรม ใหโจทกจัดใหผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสองเขาทำงานและมอบหมายงานใน
ตำแหนงหนาที่เดิมหรือไมต่ำกวาเดิม โดยไดรับสิทธิประโยชนและสวัสดิการไมต่ำกวาเดิม แลว
วินิจฉัยวา ขอเท็จจริงฟงไมไดวาผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสองกระทำการเปนปฏิปกษตอโจทก
การที่โจทกไมมอบหมายงานและหามไมใหผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสองเขาไปทำงานเปนเพราะ
เหตุที่ผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสองเปนสมาชิกของสหภาพแรงงานไดนัดชุมนุมและยื่นขอเรียกรอง
ตอพนักงานเจาหนาที่ตามกฎหมายวาดวยการคุมครองแรงงาน ฝาฝนพระราชบัญญัติแรงงาน
สัมพันธ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ (๑) และ (๒) เปนการกระทำอันไมเปนธรรม คำสั่งของจำเลย
ชอบแลว ไมมีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งของจำเลย
๓๓๖

