Page 347 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 347

คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกวา มีเหตุเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่

              ๓๕๑-๓๗๗/๒๕๖๑ หรือไม เห็นวา โจทกกับผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสองมีนิติสัมพันธตอกัน
              ตามสัญญาจางแรงงาน ซึ่งเปนสัญญาตางตอบแทนที่นายจางและลูกจางจะตองปฏิบัติการชำระหนี้

              ตอบแทนซึ่งกันและกัน กลาวคือ ลูกจางมีหนาที่ทำงานใหแกนายจาง และนายจางมีหนาที่จาย

              คาจางตอบแทนตลอดเวลาที่ลูกจางทำงานให ดังนั้น แมโจทกในฐานะนายจางจะมีสิทธิบังคับ
              บัญชาและบริหารงานภายในของตนดวยการไมมอบหมายงานใหแกผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสอง

              ซึ่งเปนลูกจาง โดยที่ยังคงจายคาจางและสวัสดิการใหลูกจางตามสิทธิที่จะไดรับก็ตาม แตการใช

              สิทธิเชนวานั้นจะตองเปนไปโดยสุจริตและไมขัดตอวัตถุประสงคของการจางแรงงานดวย สำหรับ
              คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวา เหตุที่โจทกไมใหผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสองเขาทำงาน

              และไมมอบหมายงานใหทำเปนเพราะโจทกยังติดใจเรื่องที่ผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสองเปน

              สมาชิกของสหภาพแรงงานที่เกี่ยวของกับขอเรียกรองและนัดชุมนุมจนโจทกตองปดงาน ทั้งที่
              ขอพิพาทแรงงานดังกลาวมีการเจรจาตกลงกันไดเรียบรอยแลว มิไดเกิดจากการที่ผูกลาวหาและ

              จำเลยรวมทั้งสองกระทำการเปนปฏิปกษตอโจทกดังที่อาง และโจทกไมใหผูกลาวหาและจำเลย

              รวมทั้งสองเขามาทำงานและไมมอบหมายงานใหทำตั้งแตปดงานตลอดมาเปนเวลานานถึง ๙ เดือน
              นับวาเนิ่นนานเกินกวาการพิจารณาหาตำแหนงงานใหตามปกติมาก ทั้งนี้เพราะผูกลาวหาและ

              จำเลยรวมทั้งสองตางก็มีตำแหนงงานเดิมอยูแลว โดยไมปรากฏวาผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสอง

              มีความบกพรองในการทำงานหรือความสามารถไมเหมาะสมถึงขนาดตองเปลี่ยนตำแหนงงานใหม
              พฤติการณแสดงวา โจทกมิไดประสงคที่จะใหผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสองทำงานใหตาม

              วัตถุประสงคของสัญญาจางที่มีตอกัน แตมีเจตนากลั่นแกลงใหผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสองไดรับ

              ความเสียหาย ขาดความกาวหนาเนื่องจากไมมีผลงาน และละอายใจจนไมสามารถทนทำงานอยู
              ตอไปได เพราะเหตุความไมพอใจขางตน เชนนี้ ยอมถือไมไดวาการที่โจทกไมมอบหมายงานให

              ผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสองทำเปนการใชสิทธิในทางการบริหารกิจการของนายจางโดยสุจริต

              การกระทำของโจทกจึงเปนการกระทำอันไมเปนธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ พ.ศ. ๒๕๑๘
              มาตรา ๑๒๑ (๑) และ (๒) การที่จำเลยมีคำสั่งใหโจทกจัดใหผูกลาวหาและจำเลยรวมทั้งสองเขา

              ทำงานและมอบหมายงานใหในตำแหนงเดิมหรือไมต่ำกวาเดิม จึงเปนการใชอำนาจของคณะกรรมการ

              แรงงานสัมพันธในกรณีที่เห็นวาการกระทำของนายจางเปนการกระทำอันไมเปนธรรมตาม
              พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔๑ (๔) ประกอบมาตรา ๑๒๕ หาใชเปน

              การกาวลวงเขาไปใชสิทธิบริหารกิจการตามปกติของโจทกไม คำสั่งของจำเลยที่ ๓๕๑-๓๗๗/๒๕๖๑

              ชอบแลว กรณีไมมีเหตุที่จะเพิกถอน ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟองมานั้น ศาลอุทธรณ
              คดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณของโจทกฟงไมขึ้น


                                                     ๓๓๗
   342   343   344   345   346   347   348   349   350   351   352