Page 365 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 365
กระทรวงการคลังเปลี่ยนแปลงไป ก็ใหสงเรื่องใหกระทรวงการคลังพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
จำเลยที่ ๑ จึงมีคำสั่งแตงตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดขึ้น
ใหมตามคำสั่งที่ ๑๖๔/๒๕๕๗ เพื่อใหโอกาสเจาหนาที่ที่เกี่ยวของรวมถึงโจทกไดชี้แจง
ขอเท็จจริงและโตแยงแสดงพยานหลักฐานอยางเพียงพอและเปนธรรม ตามระเบียบ
สำนักนายกรัฐมนตรีวาดวยหลักเกณฑการปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่
พ.ศ. ๒๕๓๙ นอกจากนั้น การที่โจทกไดชี้แจงขอเท็จจริงและสงพยานหลักฐานตาง ๆ ตอ
กระทรวงการคลังเพื่อประกอบการพิจารณา กระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางจึงมี
หนังสือถึงจำเลยที่ ๒ เพื่อสงเอกสารและพยานหลักฐานตาง ๆ ของโจทกใหจำเลยที่ ๑
พิจารณา และหากปรากฏวาขอเท็จจริงหรือเอกสารหลักฐานดังกลาวเปนพยานหลักฐานใหม
ซึ่งอาจทำใหความเห็นของกระทรวงการคลังเปลี่ยนแปลงไป ก็ใหสงเรื่องใหกระทรวง
การคลังพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เปนกระบวนการสอบสวนที่เปดโอกาสใหโจทกไดชี้แจง
ขอเท็จจริงและโตแยงแสดงพยานหลักฐานของตนอยางเพียงพอและเปนธรรมแลว ประกอบ
กับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีวาดวยหลักเกณฑการปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิด
ทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ขอ ๑๗ วรรคสอง ที่ระบุวา ใหผูแตงตั้งสงสำนวนภายใน
เจ็ดวันนับแตวันวินิจฉัยสั่งการใหกระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบ เวนแตเปนเรื่องที่
กระทรวงการคลังประกาศกำหนดไมตองรายงานใหกระทรวงการคลังตรวจสอบ ดังนั้น
การที่กระทรวงการคลังมีหนังสือแจงมายังจำเลยที่ ๑ วา หากไมปรากฏขอเท็จจริงหรือ
พยานหลักฐานใหมก็ไมตองสงรายงานผลการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดให
กระทรวงการคลังพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมีอำนาจพิจารณาและวินิจฉัยวา
ขอเท็จจริงหรือพยานหลักฐานของโจทกเปนขอเท็จจริงหรือพยานหลักฐานใหมที่จะทำ
ใหความเห็นของกระทรวงการคลังเปลี่ยนแปลงไปหรือไม เมื่อจำเลยที่ ๑ พิจารณาแลว
เห็นวาเอกสารหลักฐานของโจทกไมใชเอกสารหรือพยานหลักฐานใหม จำเลยที่ ๑ จึง
ไมจำตองสงรายงานผลการสอบขอเท็จจริงและความเห็นของคณะกรรมการสอบขอเท็จจริง
ความรับผิดทางละเมิดไปใหกระทรวงการคลังพิจารณาแตอยางใด
การที่จำเลยที่ ๑ มีคำสั่งแตงตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิด
ทางละเมิด ตามคำสั่งที่ ๑๖๔/๒๕๕๗ ซึ่งตอมาคณะกรรมการไดรายงานผลการสอบขอเท็จจริง
ความรับผิดทางละเมิดใหจำเลยที่ ๒ ทราบเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ วา โจทกกระทำ
ดวยความประมาทเลินเลออยางรายแรงทำใหเกิดการละเมิด จึงตองรับผิดชดใชคาสินไหม
ทดแทนแกจำเลยที่ ๑ จึงถือไดวาจำเลยทั้งสองรูถึงการละเมิดและรูตัวเจาหนาที่ผูจะพึง
๓๕๕

