Page 368 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 368

ขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดไปใหกระทรวงการคลังตรวจสอบกอน จึงเปนการไมชอบดวย

              กฎหมายนั้น เห็นวา เมื่อพิจารณาหนังสือของกระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลาง เรื่อง แจงผล

              การพิจารณาความรับผิดทางละเมิด ถึงจำเลยที่ ๒ ตาม ระบุไววา เนื่องจากการสอบสวนเรื่องนี้
              มีเจาหนาที่ที่เกี่ยวของกับความเสียหายหลายคนและจากการสอบสวนเบื้องตนปรากฏวา ยังมิได

              มีการสอบปากคำและใหโอกาสเจาหนาที่บางคนไดชี้แจงขอเท็จจริงและโตแยงแสดงพยานหลักฐาน

              จึงขอใหจำเลยที่ ๑ ตรวจสอบและใหโอกาสเจาหนาที่ไดชี้แจงขอเท็จจริงและโตแยงแสดงพยาน

              หลักฐานอยางเพียงพอและเปนธรรมกอนออกคำสั่งเรียกใหชดใชคาสินไหมทดแทน และหาก
              ปรากฏขอเท็จจริงหรือพยานหลักฐานใดที่จะทำใหความเห็นของกระทรวงการคลังเปลี่ยนแปลง

              ไปก็ใหสงเรื่องใหกระทรวงการคลังพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมีคำสั่งแตงตั้งคณะกรรมการ

              สอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดขึ้นใหม ตามคำสั่งที่ ๑๖๔/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗

              เพื่อใหโอกาสเจาหนาที่ที่เกี่ยวของรวมถึงโจทกไดชี้แจงขอเท็จจริงและโตแยงแสดงพยาน
              หลักฐานของตนอยางเพียงพอและเปนธรรมตอคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงชุดใหมตามระเบียบ

              สำนักนายกรัฐมนตรีวาดวยหลักเกณฑการปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่

              พ.ศ. ๒๕๓๙ ขอ ๑๕ นอกจากนั้น การที่โจทกไดชี้แจงขอเท็จจริงและสงพยานหลักฐานตาง ๆ

              ตอกระทรวงการคลังเพื่อประกอบการพิจารณากับรายงานของคณะกรรมการสอบขอเท็จจริง
              ความรับผิดทางละเมิดที่จำเลยที่ ๑ สงใหกระทรวงการคลังตรวจสอบ กระทรวงการคลังโดย

              กรมบัญชีกลางจึงมีหนังสือถึงจำเลยที่ ๒ เพื่อสงเอกสารและพยานหลักฐานตาง ๆ ของโจทกใหจำเลย

              ที่ ๑ พิจารณา และหากปรากฏวาขอเท็จจริงและเอกสารหลักฐานดังกลาวเปนพยานหลักฐานใหม

              ซึ่งอาจทำใหความเห็นของกระทรวงการคลังเปลี่ยนแปลงไป ก็ใหสงเรื่องใหกระทรวงการคลัง
              พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ตาม ก็เปนกระบวนการสอบสวนที่เปดโอกาสใหโจทกไดชี้แจงขอเท็จจริง

              และโตแยงแสดงพยานหลักฐานของตนอยางเพียงพอและเปนธรรมแลว ไมวาโจทกจะไดชี้แจงตอ

              คณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดที่จำเลยที่ ๑ ตั้งขึ้น หรือกรณีที่โจทกชี้แจง

              ขอเท็จจริงและสงพยานหลักฐานตาง ๆ ไปใหกระทรวงการคลังพิจารณาดวยตนเอง ซึ่งกระทรวง
              การคลังไดสงพยานหลักฐานของโจทกใหจำเลยที่ ๑ พิจารณาอีกครั้ง ประกอบกับเมื่อพิจารณา

              ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีวาดวยหลักเกณฑการปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของ

              เจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ขอ ๑๗ วรรคสองที่ระบุวา ใหผูแตงตั้งสงสำนวนภายในเจ็ดวันนับแต

              วันวินิจฉัยสั่งการใหกระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบ เวนแตเปนเรื่องที่กระทรวงการคลังประกาศ
              กำหนดไมตองรายงานใหกระทรวงการคลังตรวจสอบ ซึ่งตามระเบียบดังกลาวโดยหลักการจำเลยที่ ๑

              ตองสงรายงานผลการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดไปยังกระทรวงการคลังเพื่อ


                                                     ๓๕๘
   363   364   365   366   367   368   369   370   371   372   373