Page 367 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 367

เปนเงิน ๗๔๖,๔๒๘.๐๕ บาท และชำระดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอปของตนเงิน ๕๗๓,๑๐๕ บาท

              นับถัดจากวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก และใหรวมกันชดใชดอกเบี้ยเนื่องจาก

              การคืนเงินสวนตางของเงินเดือน เงินลาพักผอน เงินตอบแทนความชอบ และเงินสมทบ
              กองทุนสำรองเลี้ยงชีพลาชาเปนเงิน ๓๕,๓๘๗.๘๕ บาท แกโจทก

                       จำเลยทั้งสองใหการขอใหยกฟอง

                       ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟอง

                       โจทกอุทธรณ
                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณ

              ของโจทกประการแรกวา กรณีมีเหตุเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ที่ ๓๓๓/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๓

              พฤศจิกายน ๒๕๕๗ หรือไม เห็นวา อุทธรณของโจทกดังกลาวเปนการโตแยงดุลพินิจในการรับฟง

              พยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟงขอเท็จจริงวาโจทกปฏิบัติหนาที่ดวยความประมาท
              เลินเลออยางรายแรง อันเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติ

              จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ

              คดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

                       ที่โจทกอุทธรณวา คำสั่งของจำเลยที่ ๑ ที่ ๓๓๓/๒๕๕๗ ไมชอบดวยกฎหมายนั้น
              เห็นวา ตามคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒๑๑/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ เมื่อคณะกรรมการ

              สอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดสอบขอเท็จจริงแลวเสร็จ จำเลยที่ ๑ ไดรายงานผลการสอบ

              ขอเท็จจริงใหกระทรวงการคลังตรวจสอบ กระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางตรวจสอบแลวพบวา

              ยังไมไดมีการสอบปากคำและใหโอกาสโจทกและเจาหนาที่บางคนไดชี้แจงขอเท็จจริงและโตแยง
              แสดงพยานหลักฐาน จึงขอใหจำเลยที่ ๑ ตรวจสอบและใหโอกาสโจทกและเจาหนาที่ไดชี้แจง

              ขอเท็จจริงและโตแยงแสดงพยานหลักฐานอยางเพียงพอและเปนธรรม จำเลยที่ ๑ จึงมีคำสั่ง

              เพิกถอนคำสั่งดังกลาวและแตงตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดใหม ตาม

              คำสั่งที่ ๑๖๔/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗ กรณีจึงเปนการปฏิบัติตามที่กระทรวง
              การคลังแจงมา และมิใชเปนการแตงตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด

              ในเหตุเดียวกัน ๒ ครั้ง เนื่องจากคำสั่งแตงตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด

              คำสั่งแรกไดถูกยกเลิกไปแลว อุทธรณของโจทกฟงไมขึ้น

                       สวนที่โจทกอุทธรณวา คณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดไมไดให
              โอกาสโจทกอยางเพียงพอและเปนธรรมในการแกขอกลาวหาหรือโตแยงแสดงพยานหลักฐาน

              และจำเลยที่ ๑  ไมไดสงรายงานผลการสอบขอเท็จจริงและความเห็นของคณะกรรมการสอบ


                                                     ๓๕๗
   362   363   364   365   366   367   368   369   370   371   372