Page 369 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 369

ตรวจสอบ เวนแตกระทรวงการคลังประกาศกำหนดวาไมตองรายงานใหกระทรวงการคลังตรวจสอบ

              ดังนั้น การที่กระทรวงการคลังมีหนังสือแจงมายังจำเลยที่ ๑ วาหากไมปรากฏขอเท็จจริงหรือพยาน

              หลักฐานใหมก็ไมตองสงรายงานผลการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดใหกระทรวงการคลัง
              พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมีอำนาจพิจารณาและวินิจฉัยวาขอเท็จจริงหรือพยานหลักฐาน

              ของโจทกที่สงใหกระทรวงการคลังเปนขอเท็จจริงหรือพยานหลักฐานใหมที่จะทำใหความเห็นของ

              กระทรวงการคลังเปลี่ยนแปลงไปหรือไม เมื่อจำเลยที่ ๑ พิจารณาเอกสารหลักฐานของโจทกตาม

              ที่ปรากฏตอคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด และเอกสารหลักฐานของโจทก
              ที่จำเลยที่ ๑ ไดรับจากกระทรวงการคลังแลวเห็นวา ไมใชเอกสารหรือพยานหลักฐานใหม จำเลยที่ ๑

              จึงไมจำตองสงรายงานผลการสอบขอเท็จจริงและความเห็นของคณะกรรมการสอบขอเท็จจริง

              ความรับผิดทางละเมิดไปใหกระทรวงการคลังพิจารณากอนแตอยางใด อุทธรณของโจทกขอนี้

              ฟงไมขึ้น
                       และที่โจทกอุทธรณวา คำสั่งของจำเลยที่ ๑ ที่ ๓๓๓/๒๕๕๗ ที่ใหโจทกชดใชคาสินไหม

              ทดแทนขาดอายุความ ๒ ปแลว นับแตวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ซึ่งเปนวันที่จำเลยทั้งสอง

              รูถึงการละเมิดและรูตัวผูจะพึงตองใชคาสินไหมทดแทน ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทาง

              ละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๑๐ วรรคสองนั้น เห็นวา จำเลยที่ ๑ มีคำสั่งแตงตั้ง
              คณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด ตามคำสั่งที่ ๑๖๔/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗

              ซึ่งตอมาคณะกรรมการไดรายงานผลการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดใหจำเลยที่ ๒

              ทราบเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ วา โจทกกระทำดวยความประมาทเลินเลออยางรายแรง

              ทำใหเกิดการละเมิด จึงตองรับผิดชดใชคาสินไหมทดแทนใหแกจำเลยที่ ๑ จึงถือไดวาจำเลย
              ทั้งสองรูถึงการละเมิดและรูตัวเจาหนาที่ผูจะพึงตองใชคาสินไหมทดแทนตั้งแตวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๗

              เมื่อนับถึงวันที่จำเลยที่ ๑ มีคำสั่งที่ ๓๓๓/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ใหโจทก

              ชดใชคาสินไหมทดแทนแกจำเลยที่ ๑ จึงยังไมเกินกำหนด ๒ ป นับแตวันที่จำเลยทั้งสองรูถึง

              การละเมิดและรูตัวเจาหนาที่ผูจะพึงตองใชคาสินไหมทดแทน ตามพระราชบัญญัติความรับผิด
              ทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๑๐ วรรคสอง คำสั่งของจำเลยที่ ๑ ที่ ๓๓๓/๒๕๕๗

              จึงไมขาดอายุความ อุทธรณของโจทกขอนี้ฟงไมขึ้นเชนกัน คำสั่งของจำเลยที่ ๑ ที่ ๓๓๓/๒๕๕๗

              ลงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ จึงชอบดวยกฎหมาย กรณีไมมีเหตุเพิกถอนคำสั่งดังกลาว

                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกประการตอไปวา จำเลยทั้งสองตองรวมกัน
              คืนเงินโบนัสพรอมดอกเบี้ยตามฟองแกโจทกหรือไม เห็นวา เมื่อไดวินิจฉัยแลววาคำสั่งของจำเลยที่ ๑

              ที่ ๓๓๓/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ เปนคำสั่งที่ชอบดวยกฎหมาย โจทกจึง


                                                     ๓๕๙
   364   365   366   367   368   369   370   371   372   373   374