Page 38 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 38

เปนธรรม คงมีสิทธิไดรับเฉพาะคาหุนบริษัทจำเลยประจำป ๒๕๖๒ จำนวน ๑๑๔ หุน จึงกำหนด

              ใหจำเลยชำระคาหุนพรอมดอกเบี้ยแกโจทก

                       ที่โจทกอุทธรณวา โจทกมิไดลาออกเอง แตเปนเพราะจำเลยมีเจตนาเลิกจางโจทกมา
              แตแรก โดยแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนโจทกกลาวหาวาโจทกฝาฝนขอบังคับเกี่ยวกับการ

              ทำงานและจรรยาบรรณของบริษัทวาดวยความขัดแยงดานผลประโยชนซึ่งไมมีมูลความจริง และ

              นำผลการสอบสวนที่ไมชอบมาบังคับกดดันใหโจทกลาออก ทำใหโจทกเกิดความกลัวเสื่อมเสีย

              ประวัติและไมไดรับเงินใด ๆ อันเปนสิทธิตามกฎหมาย จึงเปนการลาออกโดยไมสมัครใจนั้น เห็นวา
              เมื่อศาลแรงงานกลางรับฟงพยานหลักฐานแลววินิจฉัยขอเท็จจริงวา โจทกเปนฝายเสนอขอให

              จำเลยเปลี่ยนเปนโจทกลาออก เพื่อยุติเรื่องที่จำเลยแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก

              ซึ่งจะทำใหโจทกมีสิทธิไดรับผลประโยชนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในสวนเงินสมทบของนายจาง

              เปนการที่โจทกสมัครใจลาออกเอง มิไดถูกจำเลยบังคับขมขูดังที่อาง ดังนี้ อุทธรณของโจทก
              ดังกลาวจึงเปนการโตแยงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางเพื่อใหรับฟง

              ขอเท็จจริงเปนดังที่โจทกอุทธรณ จึงเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตาม

              พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง

              ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย
                       คงมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกวา โจทกมีสิทธิไดรับสินจางแทนการบอก

              กลาวลวงหนา คาชดเชย และคาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรมจากจำเลยซึ่งเปนนายจาง

              หรือไม เห็นวา นายจางมีหนาที่จายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา คาชดเชย และคาเสียหาย

              จากการเลิกจางที่ไมเปนธรรมใหแกลูกจางตอเมื่อไดบอกเลิกสัญญาจางหรือเลิกจางลูกจางตาม
              หลักเกณฑที่บัญญัติไวในมาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๑๘ แหงพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน

              พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕๘๒ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย และมาตรา ๔๙ แหงพระราชบัญญัติ

              จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ คดีนี้โจทกฟองเรียกสินจางแทนการ

              บอกกลาวลวงหนา คาชดเชย และคาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรม โดยอางเหตุวาจำเลย
              เลิกจางโจทกโดยไมไดกระทำผิดและไมไดบอกกลาวลวงหนา เปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรม จำเลย

              ใหการตอสูวา โจทกพนสภาพจากการเปนลูกจางจำเลยเนื่องจากลาออก จึงไมมีสิทธิไดรับเงิน

              ดังกลาว กรณีจึงมีขอพิจารณาสำคัญวาจำเลยเลิกจางโจทกหรือไม เมื่อขอเท็จจริงไดความตาม

              ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมาเปนยุติวา โจทกสมัครใจลาออกเอง โดยมิไดถูกจำเลยบังคับขมขู
              ดังที่อาง พฤติการณยอมถือไดวาเปนการที่ลูกจางบอกเลิกสัญญาจางโดยสมัครใจ ตามประมวล

              กฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๓๘๖ ไมใชกรณีนายจางเลิกจางลูกจางอันจะทำใหนายจางมี


                                                      ๒๘
   33   34   35   36   37   38   39   40   41   42   43