Page 42 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 42

ฝายเดียว โดยไมปรากฏวาจำเลยประกอบธุรกิจขาดทุนจนไมสามารถพยุงฐานะทางการเงินของ

              บริษัทใหอยูรอดไดตอไป แตกลับไดความวาจำเลยจะจายโบนัสใหแกพนักงานและจายเงินเดือน
              สูงขึ้นใหพนักงานที่ไดเลื่อนตำแหนงที่สูงขึ้น ทั้งโจทกมิไดกระทำผิดขอบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

              การที่จำเลยเลิกจางโจทกจึงเปนการเลิกจางที่ไมมีเหตุอันสมควรและเปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรม

                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยวา ที่จำเลยเลิกจางโจทกเปนการเลิกจาง
              ที่ไมเปนธรรมหรือไม เห็นวา การเลิกจางที่จะถือวาเปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรมนั้นตองพิเคราะห

              ถึงเหตุแหงการเลิกจางในขณะที่เลิกจางวา นายจางมีเหตุอันสมควรและเพียงพอที่จะเลิกจางหรือไม

              แมจำเลยจะอางวาจำเลยมีรายไดลดลงและมีผลขาดทุนในป ๒๕๖๒ ก็ตาม แตเมื่อศาลแรงงาน
              กลางฟงขอเท็จจริงแลววา ชวงเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน ๒๕๖๓ ซึ่งเปนชวงเวลาที่จำเลย

              เลิกจางโจทก จำเลยมีรายไดจากการประกอบธุรกิจกอสรางจากผูวาจางหลายรายและหลาย

              โครงการ มิไดขาดทุนตามที่กลาวอาง การที่จำเลยเลิกจางโจทกเพราะเหตุปริมาณงานลดลง
              จำเลยตองลดจำนวนพนักงานบางสวนและไมมีงานตอเนื่องรองรับในอนาคตอันใกลเปนไปเพื่อ

              ประโยชนของจำเลยซึ่งเปนนายจางเพียงฝายเดียว โดยไมปรากฏวาจำเลยประกอบธุรกิจขาดทุน

              จนไมสามารถพยุงฐานะทางการเงินของจำเลยใหอยูรอดตอไปได ทั้งยังไดความวาจำเลยจะจาย
              โบนัสและเพิ่มเงินเดือนใหแกพนักงาน นอกจากนี้โจทกก็มิไดกระทำผิดขอบังคับเกี่ยวกับการทำ

              งานของจำเลย เชนนี้การที่จำเลยเลิกจางโจทกเพราะเหตุดังที่กลาวอางมาในอุทธรณ จึงยังไมมี

              เหตุที่สมควรและเพียงพอ เปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรมอยูนั่นเอง ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัย
              มานั้นศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณของจำเลยฟงไมขึ้น

                       อนึ่ง ระหวางการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษปรากฏวามีการประกาศ

              ใชพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งมีผลใชบังคับ
              ตั้งแตวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๔ โดยพระราชกำหนดดังกลาวไดแกไขประมวลกฎหมายแพงและ

              พาณิชยมาตรา ๗ และมาตรา ๒๒๔ เปนผลใหอัตราดอกเบี้ยผิดนัดปรับเปลี่ยนจากอัตรารอยละ

              ๗.๕ ตอป เปนอัตรารอยละ ๕ ตอป หรืออัตราดอกเบี้ยที่กระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนโดยตรา
              เปนพระราชกฤษฎีกาแตไมกระทบกระเทือนถึงการคิดดอกเบี้ยผิดนัดในระหวางชวงเวลากอนที่

              พระราชกำหนดนี้ใชบังคับ ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษจึงตองกำหนดดอกเบี้ยตามพระราชกำหนด

              ดังกลาวซึ่งการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามพระราชกำหนดดังกลาวเปนขอกฎหมายอันเกี่ยวดวย
              ความสงบเรียบรอยของประชาชน ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยไดเอง

              แมไมมีคูความฝายใดยื่นอุทธรณในประเด็นนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง

              มาตรา ๑๔๒ (๕) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒
              มาตรา ๕๗


                                                      ๓๒
   37   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47