Page 40 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 40

คำพิพากษาศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษที่ ๕๐๐/๒๕๖๔  นางสาวสุภาภรณ

                                                                    จินตสุภัค             โจทก

                                                                    บริษัทไทยชิมิสึ จำกัด  จำเลย



              ป.พ.พ. มาตรา ๗, ๒๒๔

              ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๒ (๕)

              พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙, ๕๗
              พ.ร.ก. แกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย พ.ศ. ๒๕๖๔




                       การเลิกจางที่จะถือวาเปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรมนั้นตองพิเคราะหถึงเหตุแหง

              การเลิกจางในขณะที่เลิกจางวา นายจางมีเหตุอันสมควรและเพียงพอที่จะเลิกจางหรือไม
              แมจําเลยจะอางวาจําเลยมีรายไดลดลงและมีผลขาดทุนในป ๒๕๖๒ ก็ตาม แตเมื่อศาล

              แรงงานกลางฟงขอเท็จจริงแลววา ชวงเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน ๒๕๖๓ ซึ่งเปน

              ชวงเวลาที่จําเลยเลิกจางโจทก จําเลยมีรายไดจากการประกอบธุรกิจกอสรางจากผูวาจาง

              หลายรายและหลายโครงการ มิไดขาดทุนตามที่กลาวอาง การที่จําเลยเลิกจางโจทกเพราะ
              เหตุปริมาณงานลดลง จําเลยตองลดจํานวนพนักงานบางสวนและไมมีงานตอเนื่องรองรับ

              ในอนาคตอันใกลเปนไปเพื่อประโยชนของจําเลยซึ่งเปนนายจางเพียงฝายเดียว โดยไม

              ปรากฏวาจําเลยประกอบธุรกิจขาดทุนจนไมสามารถพยุงฐานะทางการเงินของจําเลย

              ใหอยูรอดตอไปได ทั้งยังไดความวาจําเลยจะจายโบนัสและเพิ่มเงินเดือนใหแกพนักงาน
              นอกจากนี้โจทกก็มิไดกระทําผิดขอบังคับเกี่ยวกับการทํางานของจําเลย เชนนี้การที่จําเลย

              เลิกจางโจทกเพราะเหตุดังที่กลาวอางมาในอุทธรณ จึงยังไมมีเหตุที่สมควรและเพียงพอ

              เปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรมอยูนั่นเอง

                       อนึ่ง ระหวางการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณคดีชํานัญพิเศษปรากฏวามีการ
              ประกาศใช พ.ร.ก. แกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งมีผล

              ใชบังคับตั้งแตวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๔ โดยพระราชกําหนดดังกลาวไดแกไข ป.พ.พ.

              มาตรา ๗ และมาตรา ๒๒๔ เปนผลใหอัตราดอกเบี้ยผิดนัดปรับเปลี่ยนจากอัตรารอยละ

              ๗.๕ ตอป เปนอัตรารอยละ ๕ ตอป หรืออัตราดอกเบี้ยที่กระทรวงการคลังปรับเปลี่ยน
              โดยตราเปนพระราชกฤษฎีกาแตไมกระทบกระเทือนถึงการคิดดอกเบี้ยผิดนัดในระหวาง

              ชวงเวลากอนที่พระราชกําหนดนี้ใชบังคับ ศาลอุทธรณคดีชํานัญพิเศษจึงตองกําหนด


                                                      ๓๐
   35   36   37   38   39   40   41   42   43   44   45