Page 456 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 456

หาไดเปนการสละสิทธิที่จะไมฟองจำเลยเปนคดีอื่นอีกไม โจทกที่ ๔ และที่ ๕ จึงมีอำนาจฟอง

              จำเลยใหมเปนคดีนี้ได ที่ศาลแรงงานภาค ๑ วินิจฉัยวาโจทกที่ ๔ และที่ ๕ มีอำนาจฟองนั้น

              ชอบแลว อุทธรณของจำเลยขอนี้ฟงไมขึ้น
                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยประการตอไปวา จำเลยเลิกจางโจทกที่ ๑

              หรือไม เห็นวา ตามคูมือพนักงานซึ่งเปนระเบียบขอบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย เรื่องการ

              พนสภาพการเปนพนักงานของบริษัท ขอ ๓ กำหนดหลักเกณฑเกี่ยวกับการเกษียณอายุของ

              พนักงานวา พนักงานจะครบเกษียณเมื่ออายุเต็ม ๕๕ ป และจะตองออกจากงานในวันสิ้นเดือนที่
              ครบเกษียณอายุและพนักงานจะไดรับเงินคาชดเชยจากจำเลย และในวรรคสองระบุวา พนักงาน

              อาจยื่นความจำนงขอเกษียณอายุกอนอายุครบ ๕๕ ป ก็ได แตตองทำงานกับจำเลยติดตอกันมา

              เปนระยะเวลาไมนอยกวา ๑๐ ป และมีอายุไมนอยกวา ๕๐ ป เมื่อจำเลยอนุมัติคำขอดังกลาว

              ใหถือวาพนักงานผูนั้นเกษียณอายุกอนครบกำหนดและมีสิทธิไดรับเงินคาชดเชย จากขอกำหนด
              ดังกลาวเห็นไดวาจำเลยจำแนกการเกษียณอายุของพนักงานไวเปน ๒ กรณี คือ เมื่อพนักงาน

              มีอายุเต็ม ๕๕ ป กรณีหนึ่ง และเมื่อพนักงานยื่นความจำนงขอเกษียณอายุกอนกำหนด โดยมี

              เงื่อนไขวาพนักงานผูนั้นตองมีอายุไมนอยกวา ๕๐ ป และมีอายุการทำงานไมนอยกวา ๑๐ ป

              โดยไดรับอนุมัติจากจำเลยอีกกรณีหนึ่ง ซึ่งทั้งสองกรณีตางก็มีสิทธิไดรับเงินคาชดเชยจากจำเลย
              ไมแตกตางกัน ดังนั้น เมื่อขอเท็จจริงรับฟงไดเปนยุติวา โจทกที่ ๑ ขอเกษียณอายุกอนกำหนดโดย

              มีคุณสมบัติครบถวนตามเงื่อนไขที่ระบุไวในระเบียบขอบังคับและจำเลยอนุมัติคำขอของโจทกแลว

              ยอมถือเปนการเกษียณอายุตามระเบียบขอบังคับของจำเลยเชนเดียวกัน หาใชเปนการที่โจทกที่ ๑

              และจำเลยสมัครใจยกเลิกสัญญาจางรวมกันดังที่จำเลยอุทธรณไม ที่ศาลแรงงานภาค ๑ วินิจฉัยวา
              จำเลยเลิกจางโจทกที่ ๑ ดวยเหตุเกษียณอายุนั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณ

              ของจำเลยขอนี้ฟงไมขึ้น

                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยประการตอไปวา โจทกทั้งหามีสิทธิไดรับ

              คาชดเชยตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ หรือไม เห็นวา พระราชบัญญัติคุมครอง
              แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘ วรรคหนึ่ง กำหนดเงื่อนไขใหนายจางจายคาชดเชยแกลูกจาง

              เมื่อเลิกจาง โดยกำหนดหลักเกณฑการคิดคำนวณคาชดเชยไวตาม (๑) ถึง (๕) เดิม แมไมมี

              บทบัญญัติหามมิใหนายจางออกระเบียบขอบังคับเกี่ยวกับการจายเงินคาชดเชยรวมไปกับเงิน

              ประเภทอื่น แตเงินที่นายจางจายไปนั้นจะถือวาเปนคาชดเชยตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน
              พ.ศ. ๒๕๔๑ หรือไม ตองพิจารณาจากหลักเกณฑการคิดคำนวณและเงื่อนไขการจายตามระเบียบ

              ขอบังคับเปนสำคัญ คดีนี้ขอเท็จจริงไดความวา เดิมจำเลยออกระเบียบวาดวยเงินชดเชยเมื่อออก


                                                     ๔๔๖
   451   452   453   454   455   456   457   458   459   460   461