Page 572 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 572

มาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง ในขณะ

              เกิดเหตุคดีนี้ที่บัญญัติวา “พนักงานรัฐวิสาหกิจ นอกจากจะตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะ

              ตองหามตามที่กำหนดไวสำหรับรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ แลว ยังตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะ
              ตองหามดังตอไปนี้...” นั้น เปนบทบัญญัติที่กลาวถึงคุณสมบัติของพนักงานรัฐวิสาหกิจวาจะตอง

              มีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามอยางไรบาง ซึ่งผลของการขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ

              ตองหามตามมาตรา ๙ นั้น มาตรา ๑๑ บัญญัติใหพนักงานผูนั้นตองพนจากตำแหนง อันแสดงวา

              คุณสมบัติและลักษณะตองหามที่บัญญัติไวในมาตรา ๙ เปนคุณสมบัติและลักษณะตองหามที่ใชกับ
              ผูที่เปนพนักงานรัฐวิสาหกิจ แตขอบังคับจำเลยวาดวยระเบียบพนักงาน พ.ศ. ๒๕๑๗ ขอ ๖

              ที่ระบุวา “ผูที่จะเขาเปนพนักงานตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามดังตอไปนี้...” นั้น

              เปนการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะตองหามสำหรับผูที่จะเขาเปนพนักงานจำเลยเทานั้น ไมใช

              เปนการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูที่เปนพนักงานแลว เพราะในเรื่องคุณสมบัติ
              และลักษณะตองหามอันจะทำใหไมสามารถเปนพนักงานเนื่องจากขาดคุณสมบัติและตองพนจาก

              ตำแหนง นั้น จำเลยกำหนดไวในขอบังคับจำเลยวาดวยระเบียบพนักงาน พ.ศ. ๒๕๑๗ ขอ ๓๔

              โดยไมมีขอความที่วา “เปนผูที่อยูในระหวางพักราชการ พักงาน หรือตองหาคดีอาญา เวนแต

              ความผิดลหุโทษหรือความผิดอันไดกระทำโดยประมาท” ซึ่งหมายความวา พนักงานจำเลย
              แมจะตองหาคดีอาญา ก็ไมเปนเหตุใหขาดคุณสมบัติและตองพนจากตำแหนง พระราชบัญญัติ

              คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๑

              เปนเพียงการวางเกณฑทั่วไปสำหรับรัฐวิสาหกิจ แตบทบัญญัติทั้งสองมาตราดังกลาวก็ไดใหอำนาจ

              แกรัฐวิสาหกิจที่จะกำหนดคุณสมบัติ ลักษณะตองหาม และหลักเกณฑการพนตำแหนงขึ้นเอง
              ไดอีก เมื่อการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะตองหามตามขอบังคับจำเลยวาดวยระเบียบพนักงาน

              พ.ศ. ๒๕๑๗ ขอ ๖ ข (๒) เปนเพียงหลักเกณฑกอนที่จะเขาเปนพนักงาน หาใชเปนการกำหนด

              คุณสมบัติและลักษณะตองหามของพนักงานแตอยางใด เพราะใชบังคับกับผูที่จะเขาเปนพนักงาน

              จำเลยซึ่งแมจะไมเหมาะสมนัก แตก็ไมถึงขนาดขัดตอพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับ
              กรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๑ สวนที่โจทกอุทธรณ

              อางวา ขอบังคับจำเลยวาดวยระเบียบพนักงาน พ.ศ. ๒๕๑๗ ขอ ๖ ข (๒) ขัดตอหลักขอสันนิษฐาน

              ความเปนผูบริสุทธิ์ของผูตองหาคดีอาญาตามรัฐธรรมนูญก็เปนการกลาวอางเพื่อนำกฎหมาย

              ที่ไมตรงกับเรื่องมาปรับใชแกกรณีนี้ซึ่งเปนเรื่องกระบวนการเลือกสรรลูกจางเขาทำงานตามสัญญา
              จางแรงงาน จึงไมไดเปนการกำหนดหลักเกณฑเกินไปกวาหรือขัดแยงตอกฎหมายที่มีศักดิ์สูงกวา

              แตอยางใด ยอมนำมาใชเปนเหตุเลิกจางโจทกได เพราะโจทกมีลักษณะตองหามมากอนที่จะเขาเปน


                                                     ๕๖๒
   567   568   569   570   571   572   573   574   575   576   577