Page 571 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 571

นอกจากนี้ จำเลยเลิกจางโจทกเพราะโจทกขาดคุณสมบัติการเปนพนักงาน หาใชเลิกจางโจทก

              เพียงเพราะเหตุโจทกตกเปนผูตองหาในคดีอาญาไม จึงไมเปนการขัดตอหลักสันนิษฐานความ

              เปนผูบริสุทธิ์ของผูตองหาในคดีอาญาแตอยางใด จำเลยเลิกจางลูกจางอื่นอีกสองคนพรอมกับโจทก
              จึงไมเปนการเลือกปฏิบัติสวนที่จำเลยแกไขขอบังคับจำเลยวาดวยระเบียบพนักงานในขอ ๖ ข (๒)

              ใหยกเลิกขอความเดิมแลวใชขอความใหมแทนวา “(๒) เปนผูอยูในระหวางพักงาน พักราชการ

              หรือใหออกจากราชการไวกอนตามกฎหมาย” ตามสำเนาขอบังคับการไฟฟาสวนภูมิภาควาดวย

              ระเบียบพนักงาน (ฉบับที่ ๒๔) พ.ศ. ๒๕๖๐ นั้น ใหใชบังคับตั้งแตวันที่ประกาศคือวันที่ ๒๒
              พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เปนตนไป อันเปนเวลาภายหลังจากโจทกขาดคุณสมบัติและจำเลยเลิกจาง

              โจทกแลว การแกไขขอบังคับจำเลยจึงไมมีผลเปลี่ยนแปลงยอนหลังไปใหโจทกกลับกลายเปน

              ผูมีคุณสมบัติครบถวนในการเปนพนักงานจำเลยมาแตแรกไม จำเลยเลิกจางโจทกเปนธรรมแลว

              ไมมีเหตุใหเพิกถอนคำสั่งจำเลยที่ ๑๘๓๑/๒๕๖๐ เมื่อขอเท็จจริงฟงไดวาจำเลยเลิกจางโจทก
              เปนธรรมแลว จำเลยจึงไมตองจายคาเสียหายจากการเลิกจางไมเปนธรรมแกโจทก สำหรับเงิน

              ชวยเหลือคาไฟฟาเปนเงินที่จำเลยจายใหแกพนักงานที่จำเลยบรรจุเปนพนักงานประจำแลว

              แตจำเลยมิไดบรรจุใหโจทกเปนพนักงานประจำและเลิกจางโจทกแลว จำเลยจึงไมตองจายเงิน

              ชวยเหลือคาไฟฟาแกโจทกสวนคาเสียโอกาสจากการไมไดทำงานกับจำเลยและคาเสียโอกาส
              ในเงินชวยเหลือคาไฟฟาเปนผลสืบเนื่องมาจากโจทกขาดคุณสมบัติการเปนพนักงานจำเลย

              จำเลยหาไดกระทำการอยางใดเปนผลใหโจทกเสียโอกาสไม จำเลยจึงไมตองจายคาเสียโอกาส

              ทั้งสองจำนวนดังกลาวแกโจทก จำเลยจางโจทกเขาทดลองงานตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘

              และเลิกจางโจทกวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๐ แมเปนเพราะโจทกขาดคุณสมบัติ แตไมปรากฏวา
              โจทกมีการกระทำใดอันจะเปนเหตุใหจำเลยไมตองจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาตามที่

              บัญญัติไวในประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๕๘๓ หรือไมตองจายคาชดเชยตาม

              พระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ จำเลยจึงตองจายสินจางแทนการ

              บอกกลาวลวงหนาและคาชดเชยแกโจทก พรอมดอกเบี้ยตามที่โจทกขอ แตดอกเบี้ยสำหรับ
              สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา จำเลยตองรับผิดในอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ตามประมวล

              กฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง เทานั้น

                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกวา ขอบังคับจำเลยวาดวยระเบียบพนักงาน

              พ.ศ. ๒๕๑๗ ขอ ๖ ข (๒) เกินกวาและขัดตอกฎหมายที่มีศักดิ์สูงกวา คือรัฐธรรมนูญและ
              พระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๑๘

              ไมสามารถนำมาใชเปนเหตุเลิกจางโจทกได ใชหรือไม เห็นวา ตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติ


                                                     ๕๖๑
   566   567   568   569   570   571   572   573   574   575   576