Page 625 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 625

ที่เราไดรับจากการเขาถึงขอมูลดังกลาว จะตองไมมีการนำขอมูลเหลานี้มาพูดคุยสนทนาโดย

              ไมระมัดระวัง หรือเปดเผยแกใครก็ตามที่ไมมีความจำเปนตองทราบขอมูลนั้น ขอกำหนดดังกลาว

              จึงเปนการหามโจทกนำขอมูลที่ไดรับมาสนทนาหรือเปดเผยแกบุคคลอื่น ในกรณีที่ไดรับขอมูล
              ที่เปนความลับเกี่ยวกับนักเรียนและเจาหนาที่ ซึ่งมีลักษณะเปนขอมูลลับที่ละเอียดออนหรือเปน

              สวนตัวมาก เมื่อขอเท็จจริงฟงยุติวา โจทกเปนครูผูจัดทำโครงการวิปสสนาปดวาจารวมกับนักเรียน

              อันเปนโครงการตอเนื่อง การที่โรงเรียนจำเลยที่ ๑ ไมตอสัญญาใหแกโจทก โจทกจึงแจงใหนักเรียน

              ในโครงการดังกลาวทราบ เนื่องมาจากมีการพูดคุยในกลุมเกี่ยวกับโครงการวิปสสนาปดวาจา
              จึงพูดไปถึงเรื่องการที่โจทกไมไดรับพิจารณาตอสัญญาเพื่อใหนักเรียนในโครงการ ซึ่งเปนผูมีสวน

              เกี่ยวของทราบในเบื้องตน เพื่อเตรียมตัวเกี่ยวกับโครงการภายหลังจากโจทกไมไดเปนครูโรงเรียน

              จำเลยที่ ๑ ตอไป การที่จำเลยทั้งสองยังไมไดประกาศเรื่องดังกลาวอยางเปนทางการ ถึงแมเปน

              ขอมูลสวนตัวและเปนความลับก็ตาม แตก็เปนเพียงเรื่องเล็กนอยและมีเหตุผลตามสมควร ยังไมถึง
              ขนาดเปนการกระทำผิดจรรยาบรรณในวิชาชีพและสวนบุคคลของโรงเรียนจำเลยที่ ๑ และไมถือ

              วาโจทกกระทำผิดระเบียบและสัญญาจางดังที่จำเลยทั้งสองกลาวอางในอุทธรณแตอยางใด จึงไม

              ตองดวยขอยกเวนไมตองจายคาชดเชย ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการคุมครองการ

              ทำงานของครูใหญและครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ขอ ๓๔ ที่ศาลแรงงานภาค ๘ พิพากษา
              มานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณของจำเลยทั้งสองขอนี้ฟงไมขึ้น

                       อยางไรก็ดี คดีมีปญหาตองวินิจฉัยในประเด็นนี้ตอไปวา จำเลยทั้งสองตองรับผิด

              ในคาชดเชย เพียงใด เห็นวา ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการคุมครองการทำงานของ

              ครูใหญและครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน
              พ.ศ. ๒๕๒๕ ซึ่งตอมาถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้น พระราชบัญญัติ

              สองฉบับมีความแตกตางกัน การนำระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการคุมครองการทำงาน

              ของครูใหญและครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ออกตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕

              มาใชบังคับจึงตองใชโดยอนุโลมเทาที่ไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐
              ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๑๖๖ โดยที่ตามมาตรา ๒๔ แหงพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐

              บัญญัติวา เมื่อไดรับใบอนุญาตใหจัดตั้งโรงเรียนในระบบแลวใหโรงเรียนในระบบเปนนิติบุคคล

              นับแตวันที่ไดรับใบอนุญาต และใหผูรับใบอนุญาตเปนผูแทนของนิติบุคคล แตพระราชบัญญัติ

              โรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ไมไดกำหนดเรื่องความรับผิดของผูรับใบอนุญาตไวเปนการเฉพาะ
              ตางหาก ดังนั้นจึงตองบังคับตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๗๐, ๗๗ ประกอบ

              มาตรา ๘๒๐ จำเลยทั้งสองเปนผูทำสัญญาจางโจทกประกอบกับเมื่อการกระทำของจำเลยที่ ๒


                                                     ๖๑๕
   620   621   622   623   624   625   626   627   628   629   630