Page 641 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 641

ฉบับดังกลาว มาตรา ๔ วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติวาการจางงานระหวางเจาของเรือกับคนประจำเรือ

              ตามพระราชบัญญัตินี้ไมอยูภายใตบังคับกฎหมายวาดวยการคุมครองแรงงาน โจทกจึงไมมีสิทธิ

              ไดรับคาชดเชยตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘ วรรคหนึ่ง (๕)
              สวนสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนานั้น พระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๔

              มิไดบัญญัติยกเวนสิทธิของโจทกตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยไวแตอยางใด เมื่อจำเลย

              โดย ศ. ผูจัดการทั่วไปของจำเลยบอกเลิกจางโจทกเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๐ โดยใหมีผล

              เปนการเลิกจางในวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๐ จึงเปนกรณีที่จำเลยบอกเลิกจางโจทกโดยไมบอกกลาว
              ลวงหนาตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๕๘๒ โจทกจึงมีสิทธิไดรับสินจางแทน

              การบอกกลาวลวงหนาเปนเงิน ๒๗,๓๕๘ บาท และเมื่อจำเลยเลิกจางโจทกโดยไมปรากฏ

              ขอเท็จจริงวาโจทกกระทำผิดใด ๆ จึงเปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรม เมื่อคำนึงถึงระยะเวลา

              การทำงาน อายุของโจทก ประกอบกับโจทกไมมีสิทธิไดรับคาชดเชยแลว เห็นสมควรใหโจทก
              มีสิทธิไดรับคาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรม เปนเงิน ๒๓๔,๕๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ย

              ผิดนัดอัตรารอยละ ๗.๕ ตอปของตนเงินสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาและคาเสียหาย

              จากการเลิกจางที่ไมเปนธรรมตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง

                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยวา จำเลยเลิกจางโจทกโดยตองบอกกลาว
              ลวงหนาหรือไม และเปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรมหรือไม เห็นวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริง

              แลววาโจทกทำสัญญาจางงานกับจำเลยตั้งแตป ๒๕๓๗ โดยมีการทำสัญญากับจำเลยอยางตอเนื่อง

              รวม ๑๘ ฉบับ แมสัญญาจางงานบางชวง จะมีระยะหางของสัญญาตั้งแต ๓ เดือน จนถึงกวา ๑ ป

              ก็ตาม แตขอเท็จจริงปรากฏวาโจทกยังคงทำสัญญาจางแรงงานกับจำเลยอยางตอเนื่องตั้งแตป ๒๕๓๗
              จนถึงป ๒๕๖๐ อันเปนระยะเวลามากกวา ๒๐ ป ระยะเวลาการทำงานของโจทกจึงเปนไปอยาง

              ตอเนื่อง ประกอบกับสัญญาจางงานระหวางโจทกกับจำเลยมีขอความระบุวา โจทกมีสิทธิบอก

              เลิกสัญญาจางงานนี้โดยมีคำบอกกลาวเปนหนังสือ ๒ เดือน และจำเลยจะพยายามปลดเปลื้องโจทก

              จากภาระหนาที่ภายใน ๒ เดือนนับจากไดรับหนังสือบอกกลาวนั้น หมายความวาระหวางที่สัญญา
              มีผลใชบังคับ โจทกมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจางงานไดซึ่งไมแนนอนวาโจทกจะบอกเลิกสัญญา

              จางงานเมื่อใด จึงเปนการจางงานที่ไมมีกำหนดระยะเวลา ที่จำเลยอางวาจางงานโจทกโดยเฉพาะ

              เจาะจงเนื่องจากโจทกทำงานบนเรือแตละลำที่ไมซ้ำกันและถูกระบุอยูในสัญญาจางงานโจทก

              แตละฉบับนั้น ขอเท็จจริงก็ปรากฏวาโจทกยังคงทำงานเชนเดิมโดยปฏิบัติหนาที่เปนนายทายเรือ
              ปฏิบัติงาน ณ เรือขนสงสินคาระหวางประเทศ กรณีจึงมิใชเปนการจางงานโดยเฉพาะเจาะจง

              และที่จำเลยอางวาโจทกตองผานการตรวจสอบคุณสมบัติจากจำเลยตามที่เจาของเรือกำหนด


                                                     ๖๓๑
   636   637   638   639   640   641   642   643   644   645   646