Page 640 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 640
โจทกฟอง ขอใหบังคับจำเลยจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา ๒๗,๒๕๘ บาท
และคาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรม ๔๖๙,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕
ตอปของตนเงินแตละจำนวน กับใหจำเลยจายคาชดเชย ๒๓๔,๕๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรา
รอยละ ๑๕ ตอปของตนเงินจำนวนดังกลาว ทั้งนี้ นับแตวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จ
แกโจทก
จำเลยใหการขอใหยกฟอง
ศาลแรงงานกลาง พิพากษาใหจำเลยจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา ๒๗,๓๕๘ บาท
และคาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรม ๒๓๔,๕๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป
ของตนเงินแตละจำนวนนับแตวันฟอง (ฟองวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๑) เปนตนไปจนกวาจะ
ชำระเสร็จแกโจทก คำขออื่นนอกจากนี้ใหยก
จำเลยอุทธรณ
ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวา
เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๓๗ จำเลยจางโจทกเขาทำงานเปนลูกจาง ครั้งสุดทายทำงาน
ในตำแหนงนายทายเรือ ไดรับคาจางอัตราสุดทายเดือนละ ๒๓,๔๕๐ บาท กำหนดจายคาจาง
ทุกวันที่ ๕ ของเดือน เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๐ โจทกทำงานกับจำเลยเปนวันสุดทาย
และวินิจฉัยวา จำเลยทำสัญญาวาจางโจทกใหเขาทำงานเปนนายทายเรือ ปฏิบัติงาน ณ เรือขนสง
สินคาระหวางประเทศ อันมีลักษณะและสภาพของงานที่มีลักษณะเฉพาะ แมโจทกจะเขาทำงาน
กับจำเลยตั้งแตป ๒๕๓๗ แตก็มีการทำสัญญากับจำเลยอยางตอเนื่องรวม ๑๘ ฉบับ ระยะเวลา
การทำงานของโจทกจึงเปนไปอยางตอเนื่อง อีกทั้งหลังจากโจทกทำงานครบกำหนดระยะเวลา
ตามสัญญาจางแลว จะตองมีระยะเวลาพักโดยเวนชวงระหวางระยะเวลาการทำงานอยางนอย
๒ เดือน จึงเห็นไดวาสัญญาจางแรงงานเพื่อทำงานทางทะเล โดยสภาพแลวลูกจางตองใชชีวิต
อยูบนเรือตลอดระยะเวลาของสัญญา และเมื่อสิ้นสุดสัญญาจางแลวจึงตองพักผอนกอนเริ่มทำงานใหม
แมระหวางระยะเวลาดังกลาว จำเลยจะไมไดจายคาจางใหโจทกก็ตาม แตก็ตองถือวาระยะเวลา
การทำงานของโจทกยังคงเปนไปอยางตอเนื่อง สวนที่จำเลยทำสัญญาจางแรงงานกับโจทกโดยระบุ
ชวงเวลาไวก็เปนเรื่องที่จำเลยสงโจทกไปทำงานเปนคนประจำเรือในเรือขนสงสินคาระหวางประเทศ
จึงมิใชกรณีงานที่ทำตามสัญญาจางสิ้นสุดลง ถือไดวาสัญญาจางระหวางโจทกกับจำเลยเปน
สัญญาจางที่ไมมีกำหนดระยะเวลา อยางไรก็ตามเมื่อขณะที่จำเลยเลิกจางโจทกในวันที่ ๒๘
ตุลาคม ๒๕๖๐ เปนวันที่พระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. ๒๕๕๘ มีผลใชบังคับแลว แมโจทก
จะทำงานกับจำเลยตั้งแตป ๒๕๓๗ แตเมื่อการทำงานของโจทกอยูภายใตบังคับของพระราชบัญญัติ
๖๓๐

