Page 655 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 655
ระหวางพิจารณาของศาลแรงงานกลาง จำเลยที่ ๑ ยื่นคำรองอางวา คดีอยูในอำนาจ
พิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง มิใชศาลยุติธรรม ขอใหศาลแรงงานกลางสงคำรองให
คณะกรรมการวินิจฉัย ชี้ขาดอำนาจหนาที่ระหวางศาลวินิจฉัยชี้ขาด ศาลแรงงานกลางมีคำสั่ง
จำหนายคดีชั่วคราวเพื่อรอคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหนาที่ระหวางศาล
คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหนาที่ระหวางศาลวินิจฉัยวา คดีนี้เปนคดีแรงงาน
ที่อยูในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ศาลแรงงานกลาง พิพากษาใหจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ รวมกันจายคาชดเชยใหแกโจทกที่ ๑
ที่ ๓ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๙ และที่ ๑๐ พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๑๕ ตอป ของตนเงินแตละจำนวน
นับแตวันเกษียณอายุเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทกที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๙ และที่ ๑๐
ดังนี้ โจทกที่ ๑ เปนเงิน ๓๘๒,๙๕๐ บาท แตดอกเบี้ยนับถึงวันฟองไมเกิน ๑๖๗,๑๓๔.๐๗ บาท
โจทกที่ ๓ เปนเงิน ๑๖๙,๙๙๐ บาท แตดอกเบี้ยนับถึงวันฟองไมเกิน ๒๕๒,๖๗๙.๖๖ บาท
โจทกที่ ๕ เปนเงิน ๒๓๖,๕๐๐ บาท แตดอกเบี้ยนับถึงวันฟองไมเกิน ๑๓๘,๖๙๒.๖๗ บาท โจทกที่ ๖
เปนเงิน ๒๓๕,๑๙๐ บาท แตดอกเบี้ยนับถึงวันฟองไมเกิน ๑๓๗,๙๒๔.๔๔ บาท โจทกที่ ๙
เปนเงิน ๒๘๒,๗๐๐ บาท แตดอกเบี้ยนับถึงวันฟองไมเกิน ๒๐๘,๕๓๙.๖๖ บาท โจทกที่ ๑๐
เปนเงิน ๓๓๑,๔๘๐ บาท แตดอกเบี้ยนับถึงวันฟองไมเกิน ๓๙๓,๖๘๙.๒๖ บาท ใหจำเลยที่ ๑
และที่ ๒ รวมกันจายคาชดเชยใหแกโจทกที่ ๒ ที่ ๔ ที่ ๗ และที่ ๘ พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ
๑๕ ตอป ของตนเงินแตละจำนวน นับแตวันเกษียณอายุเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทกที่ ๒
ที่ ๔ ที่ ๗ และที่ ๘ ดังนี้ โจทกที่ ๒ เปนเงิน ๑๘๗,๘๙๐ บาท แตดอกเบี้ยนับถึงวันฟองไมเกิน
๒๗๙,๒๘๖.๙๐ บาท โจทกที่ ๔ เปนเงิน ๒๕๓,๔๐๐ บาท แตดอกเบี้ยนับถึงวันฟองไมเกิน
๓๐๑,๔๗๖.๕๘ บาท โจทกที่ ๗ เปนเงิน ๒๒๖,๖๖๐ บาท แตดอกเบี้ยนับถึงวันฟองไมเกิน
๓๐๓,๘๔๘.๖๐ บาท โจทกที่ ๘ เปนเงิน ๑๙๘,๐๗๐ บาท แตดอกเบี้ยนับถึงวันฟองไมเกิน
๒๓๕,๘๙๓.๒๓ บาท ใหจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ รวมกันจายเงินบำนาญใหแกโจทกที่ ๑๑ และ
จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ รวมกันจายเงินบำนาญใหแกโจทกที่ ๑๒ ถึงที่ ๑๔ นับแตวันที่โจทกที่ ๑๑
ถึงที่ ๑๔ แตละคนเกษียณอายุเปนตนไปจนกวาโจทกที่ ๑๑ ถึงที่ ๑๔ จะถึงแกความตาย พรอม
ดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงินแตละจำนวน เมื่อครบกำหนดการจายในแตละคราว
โดยกำหนดเปนเงินบำนาญงวดแรกของโจทกที่ ๑๑ ถึงที่ ๑๔ ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๑ ดังนี้
โจทกที่ ๑๑ เปนเงิน ๒๑,๓๖๑.๗๓ บาท โจทกที่ ๑๒ เปนเงิน ๒๖,๒๗๗.๒๔ บาท โจทกที่ ๑๓
เปนเงิน ๑๓,๑๘๙.๙๑ บาท โจทกที่ ๑๔ เปนเงิน ๑๒,๓๕๐ บาท แตทั้งนี้จำเลยที่ ๑ ไมตองรับผิด
ในเงินบำนาญเปนการสวนตัว และใหจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ พิจารณาขึ้นเงินบำนาญให
๖๔๕

