Page 659 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 659
มีความแตกตางกัน การนำระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการคุมครองการทำงานของครูใหญ
และครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ออกตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕
มาใชบังคับ จึงตองใชโดยอนุโลมเทาที่ไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐
ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๑๖๖ โดยที่ตามมาตรา ๒๔ แหงพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน
พ.ศ. ๒๕๕๐ บัญญัติวา เมื่อไดรับใบอนุญาตใหจัดตั้งโรงเรียนในระบบแลวใหโรงเรียนในระบบ
เปนนิติบุคคลนับแตวันที่ไดรับอนุญาต และใหผูรับใบอนุญาตเปนผูแทนของนิติบุคคล แตพระราชบัญญัติ
โรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ไมไดกำหนดเรื่องความรับผิดของผูรับใบอนุญาตไวเปนการเฉพาะ
ตางหาก ดังนั้น จึงตองบังคับตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๗๐, ๗๗ ประกอบ
มาตรา ๘๒๐ เมื่อการกระทำของจำเลยที่ ๑ เปนการกระทำแทนจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ดังนั้น
จำเลยที่ ๑ จึงไมตองรับผิดเปนการสวนตัว ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยสวนนี้มานั้น ศาลอุทธรณ
คดีชำนัญพิเศษไมเห็นพองดวย สำหรับเงินบำนาญนั้น เห็นวา ตามคูมือครูและบุคลากรทางการศึกษา
โรงเรียนจำเลยที่ ๒ และคูมือครูโรงเรียนจำเลยที่ ๓ สรุปไวเกี่ยวกับเงินบำนาญซึ่งเปนสวัสดิการ
ที่ครูในโรงเรียนจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จะไดรับเมื่อเกษียณอายุการทำงาน ๖๐ ป วาใหเปนไป
ตามระเบียบหรือประกาศของมูลนิธิคณะเซนตคาเบรียลแหงประเทศไทย จำเลยที่ ๑ ซึ่งสอดคลอง
กับระเบียบโรงเรียนของจำเลยที่ ๑ วาดวยบำเหน็จและบำนาญ พ.ศ. ๒๕๓๔ และระเบียบโรงเรียน
ของจำเลยที่ ๑ วาดวยบำเหน็จและบำนาญ พ.ศ. ๒๕๔๙ ที่ออกโดยผูรับใบอนุญาตตาม
พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕ ซึ่งในขณะนั้นคณะกรรมการบริหารของโรงเรียน
ในระบบไมไดมีหนาที่บริหารจัดการ ออกกฎ ระเบียบ และขอบังคับตาง ๆ ระเบียบโรงเรียนของ
จำเลยที่ ๑ วาดวยบำเหน็จและบำนาญดังกลาวจึงเปนระเบียบที่ออกโดยชอบและเปนสวนหนึ่ง
ของสภาพการจางที่กำหนดใหครูที่เกษียณอายุการทำงาน ๖๐ ป มีสิทธิไดรับเงินบำนาญ ระเบียบ
โรงเรียนของจำเลยที่ ๑ วาดวยบำเหน็จและบำนาญ พ.ศ. ๒๕๓๔ และระเบียบโรงเรียนของจำเลยที่ ๑
วาดวยบำเหน็จและบำนาญ พ.ศ. ๒๕๔๙ จึงมีผลผูกพันจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ดวย จำเลยที่ ๑
และที่ ๒ หรือที่ ๓ ตองรวมกันจายเงินบำนาญใหแกโจทกที่ ๑๑ ถึงที่ ๑๔ โจทกที่ ๑๑ ถึงที่ ๑๔
จึงมีสิทธิไดรับเงินบำนาญตามเหตุผลที่ศาลแรงงานกลางไดวินิจฉัยไวโดยชอบแลว ศาลอุทธรณ
คดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ สวนนี้ฟงไมขึ้น
สวนที่จำเลยที่ ๑ อุทธรณวา จำเลยที่ ๑ ไมใชนายจางโจทกทั้งสิบสี่นั้น เห็นวา เมื่อได
วินิจฉัยตามเหตุผลขางตนวาจำเลยที่ ๑ เปนผูรับใบอนุญาตซึ่งมีหนาที่ตองจายคาชดเชยใหแก
โจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ และระเบียบโรงเรียนของจำเลยที่ ๑ วาดวยบำเหน็จและบำนาญมีผลผูกพัน
สามารถใชบังคับแกจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ได จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ ตองรวมกันจายเงินบำนาญ
๖๔๙

