Page 660 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 660
ใหแกโจทกที่ ๑๑ ถึงที่ ๑๔ ดังนั้น อุทธรณของจำเลยที่ ๑ ในประเด็นดังกลาวจึงไมเปนสาระแกคดี
อันควรไดรับการวินิจฉัยอีก เพราะไมทำใหผลของคดีเปลี่ยนแปลง
คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกทั้งสิบสี่และอุทธรณของจำเลยที่ ๒ และ
ที่ ๓ วา จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ คางจายเงินบำนาญแกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ หรือไม เพียงใด
และคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่พิพากษาใหจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ พิจารณาขึ้นเงินบำนาญ
ใหแกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ ทุกปการศึกษาใหมในอัตรารอยละ ๑๐ ของเงินบำนาญที่โจทกแตละคน
ไดรับในเดือนพฤษภาคมชอบดวยกฎหมายหรือไม โดยโจทกทั้งสิบสี่อุทธรณวา การขึ้นเงินบำนาญ
ตามระเบียบโรงเรียนของจำเลยที่ ๑ วาดวยบำเหน็จและบำนาญ พ.ศ. ๒๕๔๙ จะตองขึ้นในอัตรา
รอยละ ๑๐ ของเงินบำนาญที่ไดรับในเดือนพฤษภาคมของปที่ผานมาเปนอัตราเทากันทุกป
ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาและวินิจฉัยวาการขึ้นเงินบำนาญไมจำตองขึ้นในอัตรารอยละ ๑๐
เทากันทุกป เปนการวินิจฉัยที่คลาดเคลื่อน สวนจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อุทธรณวา ศาลแรงงานกลาง
วินิจฉัยวาการปรับขึ้นเงินบำนาญเปนดุลพินิจของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ ไมมีบทบังคับ
ใหจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ ตองปรับขึ้นเงินบำนาญในอัตรารอยละ ๑๐ เทากันทุกป
แตศาลแรงงานกลางกลับพิพากษาใหจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ พิจารณาขึ้นเงินบำนาญ
ใหแกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ ทุกปการศึกษาใหมในอัตรารอยละ ๑๐ ของเงินบำนาญที่โจทกแตละคน
ไดรับในเดือนพฤษภาคมจึงไมชอบดวยกฎหมายนั้น เห็นวา ตามระเบียบโรงเรียนของจำเลยที่ ๑
วาดวยบำเหน็จและบำนาญ พ.ศ. ๒๕๔๙ ขอ ๑๕ กำหนดวาครูที่ไดรับบำนาญจะไดรับการพิจารณา
ขึ้นเงินบำนาญทุกปการศึกษาใหมในอัตรารอยละ ๑๐ ของเงินบำนาญที่ไดรับในเดือนพฤษภาคม
ดังนี้ การขึ้นเงินบำนาญตามขอ ๑๕ ของระเบียบดังกลาวจึงกำหนดไวชัดเจนวาขึ้นเงินบำนาญ
ในอัตรารอยละ ๑๐ ของทุกป โดยไมปรากฏขอยกเวนไวในระเบียบวาใหเปนดุลพินิจของจำเลยที่ ๑
และที่ ๒ หรือที่ ๓ ที่จะพิจารณาขึ้นเงินบำนาญหรือไมก็ได หรือขึ้นไมถึงอัตราสูงสุดตามเพดาน
ที่กำหนดไวก็ได โดยพิจารณาผลประกอบการของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ หรือสภาวการณใด ๆ
ทั้งสิ้น จึงตองแปลความอยางเครงครัด เมื่อขอเท็จจริงฟงยุติวา ระเบียบโรงเรียนของจำเลยที่ ๑
วาดวยบำเหน็จและบำนาญ พ.ศ. ๒๕๓๔ และระเบียบโรงเรียนของจำเลยที่ ๑ วาดวยบำเหน็จ
และบำนาญ พ.ศ. ๒๕๔๙ เปนสภาพการจางที่มีผลผูกพันโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ และจำเลยที่ ๒
และที่ ๓ ใหยึดถือปฏิบัติ การที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ ขึ้นเงินบำนาญใหแกโจทกที่ ๑
ถึงที่ ๑๐ ไมเทากันทุกคนและไมถึงอัตรารอยละ ๑๐ ในปการศึกษาที่ผานมาทุกป จึงปฏิบัติไมถูกตอง
ตามระเบียบดังกลาว ฟงไดวาจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ ยังมีเงินบำนาญคางจายหรือเงินสวนตาง
ของเงินบำนาญที่ตองชำระแกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ จึงตองรับผิด
๖๕๐

