Page 657 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 657

โจทกที่ ๑๐ เกษียณอายุเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ไดรับเงินเดือนเดือนสุดทาย

              ๓๓,๑๔๘ บาท

                       โจทกที่ ๑๑ เกษียณอายุเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ไดรับเงินเดือนเดือนสุดทาย
              ๓๕,๖๐๒.๘๘ บาท

                       โจทกที่ ๑๒ เกษียณอายุเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ไดรับเงินเดือนเดือนสุดทาย

              ๔๒,๓๐๒ บาท

                       โจทกที่ ๑๓ เกษียณอายุเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ไดรับเงินเดือนเดือนสุดทาย
              ๓๔,๕๔๕ บาท

                       โจทกที่ ๑๔ เกษียณอายุเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ไดรับเงินเดือนเดือนสุดทาย

              ๓๐,๘๗๕ บาท

              จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จายเงินบำนาญใหแกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ และจำเลยที่ ๒ และที่ ๓
              จายคาชดเชยใหแกโจทกที่ ๑๑ ถึงที่ ๑๔ แลววินิจฉัยวา จำเลยที่ ๑ เปนผูรับใบอนุญาตและเปน

              ผูแทนนิติบุคคล มีอำนาจกระทำการแทนโรงเรียนจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จำเลยที่ ๑ ถือเปน

              นายจางโจทกทั้งสิบสี่ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ เลิกจางโจทกทั้งสิบสี่ดวยเหตุเกษียณอายุ

              ระเบียบโรงเรียนของจำเลยที่ ๑ วาดวยบำเหน็จและบำนาญ พ.ศ. ๒๕๓๔ และระเบียบโรงเรียน
              ของจำเลยที่ ๑ วาดวยบำเหน็จและบำนาญ พ.ศ. ๒๕๔๙ ใชบังคับกับโรงเรียนจำเลยที่ ๒ และ

              ที่ ๓ ดวย จึงมีผลผูกพันโจทกทั้งสิบสี่ การที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ ไมจายคาชดเชยให

              แกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ และไมจายเงินบำนาญใหแกโจทกที่ ๑๑ ถึงที่ ๑๔ เปนการไมปฏิบัติตาม

              ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการคุมครองการทำงานของครูใหญและครูโรงเรียนเอกชน
              พ.ศ. ๒๕๔๒ และระเบียบโรงเรียนของจำเลยที่ ๑ วาดวยบำเหน็จและบำนาญ พ.ศ. ๒๕๓๔

              และระเบียบโรงเรียนของจำเลยที่ ๑ วาดวยบำเหน็จและบำนาญ พ.ศ. ๒๕๔๙ ซึ่งถือเปนขอตกลง

              เกี่ยวกับสภาพการจาง แตอยางไรก็ตามการปรับขึ้นเงินบำนาญตามระเบียบโรงเรียนของจำเลยที่ ๑

               วาดวยบำเหน็จและบำนาญ พ.ศ. ๒๕๔๙ เปนดุลพินิจของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ เมื่อไม
              ปรากฏขอเท็จจริงวา จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ ใชหลักเกณฑการประเมินเพื่อปรับขึ้นเงินบำนาญ

              ใหแกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ โดยกลั่นแกลงหรือเลือกปฏิบัติอยางไร จึงถือวาจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือ

              ที่ ๓ ปรับขึ้นเงินบำนาญใหแกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ แลว ไมมีสวนตางของเงินบำนาญที่โจทกที่ ๑

              ถึงที่ ๑๐ จะไดรับอีก จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ จึงไมตองจายเงินสวนตางเงินบำนาญใหแก
              โจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ เมื่อจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ เลิกจางดวยเหตุที่โจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐

              เกษียณอายุ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ ตองจายคาชดเชยใหแกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ จำเลยที่ ๑


                                                     ๖๔๗
   652   653   654   655   656   657   658   659   660   661   662