Page 658 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 658

และที่ ๒ หรือที่ ๓ ไมไดจงใจไมจายคาชดเชยโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร จำเลยที่ ๑ และ

              ที่ ๒ หรือที่ ๓ จึงไมตองเสียเงินเพิ่มใหแกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ สำหรับการจายเงินบำนาญ

              มีวัตถุประสงคแตกตางจากการจายคาชดเชย เมื่อจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ ยังไมไดจายเงิน
              บำนาญใหแกโจทกที่ ๑๑ ถึงที่ ๑๔ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ จึงตองจายเงินบำนาญใหแก

              โจทกที่ ๑๑ ถึงที่ ๑๔ นับแตวันที่เกษียณอายุเปนตนไป

                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ วา โจทกที่ ๑

              ถึงที่ ๑๐ มีสิทธิไดรับคาชดเชยตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการคุมครองการทำงาน
              ของครูใหญและครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือไม เห็นวา คดีนี้โจทกทั้งสิบสี่ซึ่งเปนครูโรงเรียน

              เอกชนลูกจางฟองจำเลยที่ ๑ ในฐานะผูรับใบอนุญาตและฟองจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ในฐานะโรงเรียน

              เอกชนนายจางที่มีคำสั่งเลิกจางขอใหจายคาชดเชยและเงินบำนาญอันเปนสิทธิประโยชนอื่น

              เปนขอพิพาทเกี่ยวดวยสิทธิหรือหนาที่ตามสัญญาจางแรงงานหรือตามขอตกลงเกี่ยวกับสภาพ
              การจางตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘

              วรรคหนึ่ง (๑) ซึ่งตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๘๖ วรรคหนึ่ง บัญญัติ

              ใหโรงเรียนเอกชนไมอยูภายใตบังคับกฎหมายวาดวยการคุมครองแรงงาน กฎหมายวาดวยแรงงาน

              สัมพันธ กฎหมายวาดวยการประกันสังคม และกฎหมายวาดวยเงินทดแทน กรณีจึงตองบังคับตาม
              ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการคุมครองการทำงานของครูใหญและครูโรงเรียนเอกชน

              พ.ศ. ๒๕๔๒ ขอ ๓๒ ที่กำหนดใหผูรับใบอนุญาตจายคาชดเชยใหแกครูที่ทำงานติดตอกันครบ

              ๑๐ ปขึ้นไปที่เลิกสัญญาการเปนครู ไมนอยกวา ๑๐ เดือน ของเงินเดือนเดือนสุดทาย และขอ ๓๓ (๔)

              ใหผูรับใบอนุญาตตองจายคาชดเชยดังกลาวเมื่อบอกเลิกสัญญาโดยที่ครูไมไดกระทำความผิด
              เมื่อศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงยุติวา โจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ ลาออกเพราะเกษียณอายุ ซึ่งถือ

              เปนกรณีที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ เลิกจางโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ ไมใชเพราะไมประสงค

              จะทำงานกับจำเลยที่ ๒ หรือที่ ๓ ซึ่งถือวาเปนการลาออกโดยสมัครใจตาม ขอ ๓๕ (๑) และไมได

              รับคาชดเชย ดังนั้น โจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ จึงมีสิทธิไดรับคาชดเชยตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
              วาดวยการคุมครองการทำงานของครูใหญและครูโรงเรียนเอกชน  พ.ศ. ๒๕๔๒  ขอ ๓๒

              ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาและวินิจฉัยใหโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ มีสิทธิไดรับคาชดเชยจึงชอบแลว

              อยางไรก็ดี แมระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการคุมครองการทำงานของครูใหญและครู

              โรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ขอ ๓๒ กำหนดใหผูรับใบอนุญาตเปนผูจายคาชดเชยแกครู
              แตระเบียบดังกลาวออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕

              ซึ่งตอมาถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยพระราชบัญญัติสองฉบับ


                                                     ๖๔๘
   653   654   655   656   657   658   659   660   661   662   663