Page 674 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 674

เมื่อลูกจางสิ้นสมาชิกภาพที่ตัดสิทธิของลูกจางโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรไม ขอบังคับกองทุน

              สำรองเลี้ยงชีพ ธนาคารอาคารสงเคราะห ซึ่งจดทะเบียนแลว จึงชอบดวยพระราชบัญญัติกองทุน

              สำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ และไมไดขัดแยงตอพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
              มาตรา ๙ (๘) สวนที่โจทกฟองขอใหบังคับจำเลยชำระเงินพรอมดอกเบี้ยใหแกโจทกในมูลหนี้

              สองจำนวน คือ เงินสมทบและผลประโยชนของเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฝายนายจาง

              และเงินโบนัสประจำป ๒๕๔๗ (ผลงานป ๒๕๔๖) นั้น ในสวนมูลหนี้เงินสมทบและผลประโยชน

              ของเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฝายนายจาง เมื่อมีการจดทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
              ธนาคารอาคารสงเคราะห ซึ่งจดทะเบียนแลว ตั้งแตวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๓๗ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

              ดังกลาวจึงเปนนิติบุคคลแยกตางหากจากโจทก ตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐

              มาตรา ๗ แมเงินสมทบและผลประโยชนของเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฝายนายจางตาม

              ฟองเคยเปนของโจทก แตเมื่อจายเขากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสมทบและผลประโยชนของเงิน
              สมทบยอมตกเปนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไมใชของโจทกอีกตอไป ทั้งตามพระราชบัญญัติ

              กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๑๓ ก็ไดบัญญัติหามไมใหนายจางดำเนินการเกี่ยวกับ

              การจัดการกองทุน เมื่อการฟองคดีเพื่อเอาคืนซึ่งเงินสมทบและผลประโยชนของเงินสมทบเปน

              กิจการการจัดการกองทุนอยางหนึ่ง โจทกจึงไมมีอำนาจฟองจำเลยเพื่อใหจายเงินสมทบและ
              ผลประโยชนของเงินสมทบได จำเลยจึงไมตองชำระเงินสมทบและผลประโยชนของเงินสมทบ

              พรอมดอกเบี้ยใหแกโจทก สำหรับในสวนมูลหนี้เงินโบนัสนั้น เนื่องจากมติคณะกรรมการธนาคาร

              โจทกครั้งที่ ๖/๒๕๒๖ เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๒๖ ไมใหจายเงินโบนัสแกพนักงานที่ถูกไลออก

              หรือถูกใหออกโดยมีความผิด ตามมติคณะกรรมการธนาคารโจทกเอกสารหมาย จ.๒๑ เงินโบนัส
              ที่จำเลยไดรับจากโจทกยอมเปนการไดมาซึ่งทรัพยเพราะการที่โจทกกระทำเพื่อชำระหนี้โดย

              ปราศจากมูลอันจะอางกฎหมายได ดังเชนที่ปรากฏขอความในหนังสือทวงหนี้ของโจทกและเปน

              ทางใหโจทกเสียเปรียบ จึงเปนลาภมิควรไดตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๔๐๖

              ดังนั้น อายุความในการฟองเรียกใหคืนเงินโบนัสที่โจทกจายไปและจะตองคืนเปนจำนวนเทาใด
              ยอมเปนไปตามบทบัญญัติในเรื่องลาภมิควรได กรณีมิใชจำเลยไดยึดถือเงินโบนัสไวโดยไมมีสิทธิ

              อันจะทำใหโจทกสามารถติดตามเอาคืนไดตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๓๓๖

              แตอยางใด โจทกจึงตองฟองคดีภายในกำหนดหนึ่งปนับแตเวลาที่โจทกรูวาตนมีสิทธิเรียกคืนตาม

              มาตรา ๔๑๙ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย เมื่อโจทกมีคำสั่งที่ ว.๘๑/๒๕๕๑ ในวันที่ ๑๐
              พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ลงโทษไลจำเลยออกจากการเปนพนักงานโจทก จึงฟงไดวาในวันดังกลาว

              เปนเวลาที่โจทกรูวาตนมีสิทธิเรียกคืนเงินโบนัสที่โจทกจายไปใหแกจำเลยอันเปนการจายใหแก


                                                     ๖๖๔
   669   670   671   672   673   674   675   676   677   678   679