Page 677 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 677
ของศาลแรงงานกลาง ซึ่งเปนการฟองในมูลหนี้ละเมิดและผิดสัญญาจางแรงงาน จึงเปนการฟอง
คนละมูลหนี้กันและมีคำขอบังคับตางกัน ดังนั้น ประเด็นที่จะวินิจฉัยมิใชอาศัยเหตุอยางเดียวกัน
คดีนี้จึงไมเปนฟองซ้ำกับคดีหมายเลขดำที่ ๕๑๐๒/๒๕๕๓ ของศาลแรงงานกลาง ตามประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๑๔๘ ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ
วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ แตอยางใด ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามา
ในปญหาขอนี้นั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษจึงไมเห็นพองดวย อุทธรณของโจทกขอนี้ฟงขึ้น
เมื่อวินิจฉัยดังกลาวแลว คดีจึงยังคงมีปญหาที่ตองวินิจฉัยตามอุทธรณโจทกขอ ๒.๒
ตอไปเปนประการสุดทายวา คดีโจทกในสวนเงินโบนัสขาดอายุความแลวหรือไม เห็นวา แมมี
มติคณะกรรมการธนาคารโจทกครั้งที่ ๖/๒๕๒๖ เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๒๖ ที่ไมใหจายเงิน
โบนัสแกพนักงานที่ถูกไลออกหรือถูกใหออกโดยมีความผิดตามมติคณะกรรมการธนาคารโจทก
แตการที่โจทกจายเงินโบนัสประจำป ๒๕๔๗ (ผลงานป ๒๕๔๖) จำนวน ๑,๔๑๗,๒๙๘.๗๙ บาท
ใหแกจำเลยไปในวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๗ เปนไปตามมูลหนี้สัญญาจางหรือเนื่องจาก
การปฏิบัติหนาที่ในฐานะลูกจางกอนที่จำเลยจะลาออกจากการเปนพนักงานโจทกในวันที่ ๑๗
กรกฎาคม ๒๕๔๖ ภายหลังโจทกจึงไดรับหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการปองกันและ
ปราบปรามการทุจริตแหงชาติฉบับลงวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ แจงวา คณะกรรมการปองกัน
และปราบปรามการทุจริตแหงชาติไดพิจารณาสำนวนการไตสวนขอเท็จจริงแลว มีมติเอกฉันทวา
การกระทำของจำเลยมีมูลเปนความผิดทางวินัยและมีมูลเปนความผิดทางอาญา ขอใหโจทก
พิจารณาโทษทางวินัยแกจำเลย หลังจากนั้นโจทกจึงมีคำสั่งที่ ว.๘๑/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๑๐
พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ไลจำเลยออกจากการเปนพนักงานโจทก โดยใหมีผลตั้งแตวันที่ ๑๗
กรกฎาคม ๒๕๔๖ ซึ่งเปนวันที่จำเลยลาออก เมื่อขณะโจทกจายเงินโบนัสใหแกจำเลยนั้นโจทก
ยังมิไดรับหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ และมี
คำสั่งไลจำเลยออกจากการเปนพนักงานโจทก จำเลยจึงมีสิทธิที่จะพึงรับเงินโบนัสได การรับ
เงินโบนัสของจำเลยไมใชการไดมาโดยปราศจากมูลอันจะอางกฎหมายได จึงมิใชมูลหนี้ลาภมิควร
ไดตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๔๐๖ แมตอมาโจทกจะมีคำสั่งที่ ว.๘๑/๒๕๕๑
เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ไลจำเลยออกจากการเปนพนักงานโจทกโดยมีความผิด อันจะ
เปนผลใหจำเลยไมมีสิทธิไดรับเงินโบนัสตามมติคณะกรรมการธนาคารโจทกก็ตาม ก็มีผลเพียง
ทำใหจำเลยไมมีสิทธิจะยึดถือเงินโบนัสดังกลาวไวตอไปและตองคืนเงินที่รับมานั้นแกโจทก
การที่จำเลยไมคืนเงินโบนัส โจทกในฐานะเจาของเงินโบนัสยอมมีสิทธิติดตามเอาเงินดังกลาว
คืนไดตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๓๓๖ ซึ่งไมมีกำหนดอายุความ
๖๖๗

