Page 669 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 669

\ไมมีประเด็นโตเถียงกันอีกตอไปวา จำเลยเรียกเก็บคานายหนาในการจัดหางานจากโจทกที่ ๑

              และโจทกที่ ๑ จายคานายหนาในการจัดหางานดังกลาวแกจำเลยไปแลวหรือไม เปนจำนวนเงิน

              เทาใด เพราะถือวาโจทกที่ ๑ และจำเลยรับขอเท็จจริงกันแลวในศาลตามประมวลกฎหมาย
              วิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๘๔ (๓) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณา

              คดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ กรณีดังกลาว แมจะมีพยานมาสืบขอเท็จจริงอยางใด ก็หา

              อาจรับฟงใหนอกเหนือแตกตางไปจากขอเท็จจริงที่โจทกที่ ๑ และจำเลยแถลงรับกันไดไม ดังนั้น

              การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยพยานหลักฐานแลวฟงวาจำเลยเรียกเก็บเฉพาะคาดำเนินการ
              ซึ่งหมายถึงคาบริการและคาใชจายจากโจทกที่ ๑ เทานั้น อีกนัยหนึ่งคือฟงวาจำเลยไมไดเรียก

              เก็บคานายหนาในการจัดหางานจากโจทกที่ ๑ และโจทกที่ ๑ ไมไดจายคานายหนาในการจัดหา

              งานดังกลาวแกจำเลย จึงเปนการวินิจฉัยนอกประเด็น ไมชอบดวยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา

              ความแพง มาตรา ๑๔๒ วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณา
              คดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ปญหาดังกลาวเปนปญหาขอกฎหมายอันเกี่ยวดวยความ

              สงบเรียบรอยของประชาชน ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยไดเองตาม

              ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๑๔๒ (๕) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน

              และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗ ขอเท็จจริงในสวนนี้จึงยุติไปตามคำรับ
              ของโจทกที่ ๑ และจำเลย การที่โจทกที่ ๑ อุทธรณขอใหจำเลยคืนคานายหนาในการจัดหางาน

              แกโจทกที่ ๑ นั้น พระราชบัญญัติจัดหางานและคุมครองคนงาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๔๗

              ประกอบมาตรา ๒๖ กำหนดหามมิใหผูรับอนุญาตจัดหางานเรียกหรือรับเงินหรือทรัพยสินอื่นใด

              จากคนหางานนอกจากคาบริการหรือคาใชจาย คาบริการหรือคาใชจายใหเรียกหรือรับไดไมเกิน
              อัตราที่รัฐมนตรีวาการกระทรวงแรงงานกำหนด ทั้งยังกำหนดโทษผูที่ฝาฝนมาตรา ๔๗ ไวตาม

              มาตรา ๗๙ โดยกำหนดโทษจำคุกไมเกินหนึ่งป และปรับหาเทาของคาบริการและหรือคาใชจาย

              ที่เรียกเกิน หรือสามเทาของเงินหรือทรัพยสินอยางอื่นที่รับไวเปนประกันคาบริการและหรือ

              คาใชจายดังกลาว อันเปนบทบัญญัติในกฎหมายที่ตองหามโดยชัดแจง มิใหผูรับอนุญาตเรียกหรือ
              รับเงินหรือทรัพยสินอื่นนอกจากคาบริการและคาใชจายจากคนหางาน การที่โจทกที่ ๑ จายคานายหนา

              ในการจัดหางานแกจำเลยซึ่งเปนเงินที่แยกตางหากจากคาบริการและคาใชจายที่พระราชบัญญัติ

              จัดหางานและคุมครองคนงาน พ.ศ. ๒๕๒๘ อนุญาตใหเรียกจากคนหางานได คานายหนาใน

              การจัดหางานดังกลาวเปนเงินที่นอกเหนือจากคาบริการหรือคาใชจายตามมาตรา ๔๗ ซึ่ง
              พระราชบัญญัติจัดหางานและคุมครองคนงาน พ.ศ. ๒๕๒๘ ไมไดอนุญาตใหเรียกจากโจทกที่ ๑





                                                     ๖๕๙
   664   665   666   667   668   669   670   671   672   673   674