Page 75 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 75

ผูเชี่ยวชาญในสาขานั้น ๆ เขารวมใหความคิดเห็นเปนกรณีศึกษา มีวัตถุประสงคเพื่อนำมา

              พิจารณาปรับปรุงและพัฒนาแนวทางการดูแลรักษาผูปวยใหอยูในธรรมภิบาลมีความเหมาะสม

              มากขึ้นซึ่งจะไดกำหนดเปนแนวปฏิบัติของแพทยตอไป เปนสวนหนึ่งของระบบพัฒนาคุณภาพ
              ในการดูแลผูปวย หากปรากฏวาแพทยผูใดประมาทเลินเลอทำใหเกิดความเสียหายแกผูปวยและ

              โรงพยาบาลอันเปนการกระทำผิดตอกฎระเบียบขอบังคับของโรงพยาบาล แพทยจะตองถูกลงโทษ

              ทางวินัยตามอำนาจและดุลพินิจของผูบังคับบัญชาตอไป ผูจัดการฝายแพทยและแพทยหัวหนา

              แผนกเปนผูรวมกันพิจารณาความเหมาะสมของอัตรากำลังแพทยเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวน
              ผูปวยที่มารับบริการ ถาเห็นสมควรเพิ่มเติมแพทยก็จะกำหนดประเภท จำนวน และคุณสมบัติ

              ของแพทยที่ตองการรับเพิ่ม โดยผูจัดการฝายแพทยจัดทำบันทึกแผนอัตรากำลังเสนอกรรมการ

              บริหารองคกรแพทย รายไดของแพทยคิดคำนวณจากคารักษาพยาบาลที่แพทยคิดตามความ

              ยากงายในการรักษาโรคของผูปวยเปนราย ๆ ไป โดยโรงพยาบาลเปนผูเรียกเก็บคารักษาพยาบาล
              แทนแพทยแลวรวบรวมจายคืนใหแพทยเดือนละครั้ง โดยแพทยไดรับรายไดจากการรักษาผูปวย

              ในอัตรารอยละ ๘๐ และจายเงินคารักษาพยาบาลที่เรียกเก็บใหแกโรงพยาบาลในอัตรารอยละ ๒๐

              เปนคาใชสถานที่และเครื่องมือตาง ๆ โดยไมมีการหักเงินสงใหแกสำนักงานประกันสังคม มีการ

              คำนวณภาษีเงินไดตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๔๐ (๖) ประเภทเงินไดจากการประกอบอาชีพ
              อิสระ มูลเหตุแหงการเปลี่ยนแปลงสัญญาระหวางโจทกและจำเลยจากสัญญาจางทำงาน มาเปน

              ขอตกลงการใชสถานที่เพื่อประกอบโรคศิลปะ เพราะกรมสรรพกรมีหนังสือแจงเรื่องการซอมความ

              เขาใจเกี่ยวกับเงินไดการประกอบอาชีพอิสระการประกอบโรคศิลปะวาผูไดรับอนุญาตใหประกอบ

              โรคศิลปะจะเสียภาษีเงินไดบุคคลธรรมดาตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๔๐ (๖) จะตองทำสัญญา
              หรือขอตกลงพิเศษกับโรงพยาบาล แลวศาลแรงงานกลางยังคงวินิจฉัยเชนเดิมวา หลังจากการ

              ทำบันทึกขอตกลงการใชสถานที่เพื่อประกอบโรคศิลปะระหวางโจทกและโรงพยาบาลเซนตหลุยส

              ตั้งแตป ๒๕๔๑ เปนตนมา ความสัมพันธระหวางโจทกกับโรงพยาบาลจำเลยมิใชลูกจาง

              นายจางกันตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕ และมาตรา ๑๑๙ และ
              ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๕๗๕ และมาตรา ๕๘๓ กรณีไมมีผลใหคำพิพากษา

              เปลี่ยนแปลงไป

                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกประการแรกวา โจทกเปนลูกจางของจำเลย

              หรือไม เห็นวา เมื่อพิจารณาจากโครงสรางการบริหารงานดานบุคลากรแพทยของโรงพยาบาล
              เซนตหลุยสวาแบงแพทยผูปฏิบัติงานออกเปน ๓ ประเภท คือ ๑. แพทยประจำ ๒. แพทยสมทบ

              ๓. แพทย ซึ่งเปนเอกสารคูมือปฏิบัติหนาที่สำหรับแพทย มีรายละเอียด เปนเรื่องการวางแผน


                                                      ๖๕
   70   71   72   73   74   75   76   77   78   79   80