Page 70 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 70

จำตองบอกกลาวลวงหนา จำเลยจึงไมตองจายคาเสียหายจากการเลิกจางไมเปนธรรม สินจาง

              แทนการบอกกลาวลวงหนา และคาชดเชยแกโจทก สวนคาจางสำหรับเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ นั้น

              ขอเท็จจริงรับฟงไดวาจำเลยจายใหแกโจทกแลว จำเลยจึงไมตองจายคาจางสวนนี้ใหแกโจทก
                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกวา โจทกละทิ้งหนาที่โดยไมมีเหตุอัน

              สมควรตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๕) หรือไม และจำเลย

              ตองชำระเงินตามฟองใหแกโจทกหรือไม เห็นวา คดีนี้โจทกเปนลูกจางจำเลยตำแหนงผูจัดการ

              ทั่วไป ทราบดีวาตนมีหนาที่ตองมาปฏิบัติงานที่บริษัทจำเลยในวันและเวลาทำงานปกติตามที่
              ไดรับมอบหมายจากจำเลย แมโจทกจะขออนุญาตไมเขาปฏิบัติงานที่บริษัทและขอนำงานมาทำ

              ที่บานตั้งแตวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๓ โดยอางเหตุจากสถานการณ

              การแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ดังที่กลาวอางในอุทธรณก็ตาม แตเมื่อจำเลย

              พิจารณาคำขอของโจทกแลวในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๓ จำเลยมีหนังสือแจงไมอนุมัติและเตือน
              โจทกวาหยุดงานโดยไมไดรับอนุญาตตั้งแตวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๓ หากยังไมมาทำงานถือวา

              ขัดตอระเบียบขอบังคับของจำเลยและละเลยตอหนาที่ หนังสือดังกลาวมีขอความอยูในตัวเอง

              แลววาจำเลยผูเปนนายจางไดแสดงความผิดของโจทกใหปรากฏวาโจทกหยุดงานโดยไมไดรับ

              อนุญาต จึงเตือนใหโจทกมาทำงานตามระเบียบขอบังคับของจำเลย เปนทำนองวามิใหละทิ้ง
              หนาที่อีก อันเปนการสั่งใหโจทกมาทำงานที่บริษัทจำเลยตามระเบียบแลว แตโจทกยังคงฝาฝน

              ไมไปทำงานที่บริษัทจำเลยตอไปอีก วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๓ โจทกสงจดหมายอิเล็กทรอนิกสถึง

              กรรมการจำเลยเพื่อขอใหจำเลยใหความรวมมือกับรัฐบาลโดยใหโจทกทำงานที่บาน และโจทก

              มิไดไปทำงานที่บริษัทจำเลยจนถึงวันที่ถูกเลิกจาง โดยที่ไมปรากฏขอเท็จจริงวาบริษัทจำเลย
              ซึ่งเปนสถานที่ทำงานของโจทกอยูในพื้นที่ที่มีการแพรระบาดหรือมีความเสี่ยงสูงตอการ

              แพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือมีความจำเปนอยางยิ่งประการใดที่พนักงานจะ

              ตองทำงานที่บาน หรือหากโจทกไปทำงานตามคำสั่งจำเลยแลวจะเปนอันตรายถึงขั้นไดรับเชื้อโรค

              เขาสูรางกายและมีผลถึงขั้นเสียชีวิตดังที่โจทกมีความหวาดกลัว ประกอบกับรัฐบาลก็มิไดมีคำสั่ง
              ใหประชาชนอยูแตในบาน ขอที่โจทกกลาวอางดังกลาวเปนความหวาดกลัวสวนตัวของโจทกที่

              เกินกวาความเปนจริง ทั้งเปนเรื่องที่โจทกคำนึงถึงแตประโยชนสวนตนฝายเดียวโดยมิไดคำนึง

              ถึงความรับผิดชอบตอหนาที่ ถือไมไดวามีความจำเปนเพียงพอที่จะรับฟงไดวาเปนกรณีที่มีเหตุ

              อันสมควร การกระทำของโจทกจึงเปนการจงใจฝาฝนหรือขัดคำสั่งอันชอบดวยกฎหมายของ
              จำเลยที่ใหโจทกปฏิบัติงานตามหนาที่ที่บริษัทจำเลย และเปนการละทิ้งหนาที่เปนเวลาสามวัน

              ทำงานติดตอกันไมวาจะมีวันหยุดคั่นหรือไมก็ตามโดยไมมีเหตุอันสมควร จำเลยจึงเลิกจางโจทก


                                                      ๖๐
   65   66   67   68   69   70   71   72   73   74   75