Page 77 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 77
ควบคุมการทำงานของโจทกซึ่งเปนแพทยประจำไมวาจะเรื่องเวลาทำงาน การลา การคิดคา
บริการ การคัดเลือกแพทยใหม และการตรวจสอบคุณภาพการทำงาน อีกทั้งผูบริหารโรงพยาบาล
เซนตหลุยสก็เคยมีคำสั่งแตงตั้งโจทกเปนหัวหนาแพทยแผนกวิสัญญีและกรรมการบริหารองคกร
แพทยเมื่อป ๒๕๕๓ มีหนาที่เพิ่มเติมคือ ดูแลอัตรากำลังของแพทยในแผนก กำหนดเวลาทำงาน
ใหวิสัญญีแพทยในแผนก ตอมาป ๒๕๕๘ ผูบริหารโรงพยาบาลเซนตหลุยสมีคำสั่งปลดโจทก
จากตำแหนงดังกลาว แสดงวาโรงพยาบาลเซนตหลุยสสามารถใหคุณใหโทษแกโจทกได ดังนี้
ลักษณะการทำงานของโจทกจึงอยูภายใตการบังคับบัญชาของโรงพยาบาลเซนตหลุยสอยาง
ชัดเจน มิใชทำงานในลักษณะเปนผูประกอบวิชาชีพอิสระ ตามบันทึกขอตกลงการใชสถานที่เพื่อ
ประกอบโรคศิลปะ แตประการใด โจทกจึงมีฐานะเปนลูกจางโรงพยาบาลเซนตหลุยสของจำเลย
ตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕ และประมวลกฎหมายแพงและ
พาณิชย มาตรา ๕๗๕ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมเห็น
พองดวย อุทธรณของโจทกขอนี้ฟงขึ้น
ปญหาที่ตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกประการตอไปมีวา จำเลยตองจายคาจาง
คางจาย คาชดเชย และคาเสียหายจากการเลิกจางโดยไมเปนธรรม พรอมดอกเบี้ยแกโจทกหรือไม
เพียงใด เห็นวา ขอเท็จจริงในสำนวนยุติเพียงพอแกการวินิจฉัยประเด็นดังกลาวแลว เพื่อใหคดีตอง
ลาชา ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นควรวินิจฉัยประเด็นดังกลาวไปโดยไมจำตองยอนสำนวน
ไปใหศาลแรงงานกลางวินิจฉัยอีก ขอเท็จจริงที่ยุติในชั้นพิจารณาของศาลแรงงานกลางปรากฏวา
สาเหตุที่โรงพยาบาลเซนตหลุยสเลิกจางโจทกสืบเนื่องมาจากโรงพยาบาลจะรับวิสัญญีแพทยเพิ่ม
อีก ๑ ตำแหนง แตโจทกไมเห็นดวยและรองเรียนขอความเปนธรรมเกี่ยวกับสภาพการจาง ประธาน
กรรมการบริหารจึงมีคำสั่งปลดโจทกออกจากการเปนหัวหนาแพทยวิสัญญีและเปลี่ยนแปลงการ
จัดลำดับการทำงานของโจทกเหลือ ๔ วัน ตอสัปดาห โจทกยื่นอุทธรณ จำเลยจึงบอกเลิกสัญญา
กับโจทกโดยใหมีผลตั้งแตวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ เปนตนไป เมื่อพิจารณาถึงการกระทำของ
โจทกดังกลาววาเปนเรื่องปกติวิสัยของลูกจางโดยทั่วไปที่ยอมไมพอใจคำสั่งนายจางที่มีผลกระทบ
ตอประโยชนของตนจึงตองโตแยงคำสั่งนายจางเพื่อใหทบทวน เมื่อไมปรากฏวาการกระทำของ
โจทกดังกลาวทำใหเกิดความเสียหายแกโรงพยาบาลจำเลยแตประการใด แมการกระทำของโจทก
ดังกลาวจะฝาฝนตอขอบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโรงพยาบาลจำเลยก็ยังไมถือวาเปนกรณี
ความผิดรายแรง เมื่อจำเลยไมไดมีหนังสือตักเตือนโจทกกอนเลิกจาง จึงเปนการเลิกจางในกรณี
ที่ไมเขาขอยกเวนที่ไมตองจายคาชดเชยตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา
๑๑๙ (๔) จำเลยจึงตองจายคาชดเชยแกโจทก เมื่อโจทกทำงานกับจำเลยติดตอกันครบสิบปขึ้นไป
๖๗

