Page 201 - Occupational health and safety
P. 201
173
ุ
การรักษา แนะน าให้ลด หรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสความเย็น หลีกเลี่ยงการอปกรณ์ใน
การท างานที่มีความสั่นสะเทือนสูง ใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลเสมอเมื่อต้องสัมผัสความเย็น
6.2.3 โรคจากการท างานที่มีสาเหตุจากเสียงดัง (Dobie, 2014)
1) การสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราว (temporary hearing loss)
ั
กลไกการเกิดโรค เป็นผลระยะสั้นที่ตามมาหลังจากการรับฟงเสียงดัง โดยศสูญเสีย
การได้ยินเสียงชั่วคราวจะเกิดขึ้นใน 2-3 ชั่วโมงแรกของการสัมผัสกับเสียงดังและเกิดมากที่ช่วงความถี่
ั
ระหว่าง 4,000 ถึง 6,000 เฮิรตซ์ และการรับฟังสามารถคืนดีได้ภายใน 2-4 ชั่วโมงแรก เมื่อได้พกจาก
การฟังเสียงดังระยะหนึ่ง
อาการและอาการแสดง ปกติการได้ยินจะลดลงภายใน 2 ชั่วโมงแรกของการท างาน
อาการเริ่มด้วยมีเสียงดังรบกวนในหู มีเสียงดังอ ๆ หรือการรับฟังเสียงลดลง
ู้
2) การสูญเสียการได้ยินแบบถาวร (permanent hearing loss)
กลไกการเกิดโรค การสูญเสียการได้ยินหลังจากได้รับฟังเสียงดังต่อเนื่อง ท าให้เซลล์
ขนในหูชั้นในถูกท าลาย ท าให้รับฟังเสียงไม่ได้ เมื่อเสียงดังหยุดแล้ว การได้ยินไม่กลับคืนดังเดิม เรียกว่า
การสูญเสียการได้ยินจากการประกอบอาชีพ (Occupational hearing loss) หรือ การสูญเสียการได้
ยินจากเสียงดัง (Noise Induced Hearing Loss = NLHL)
อาการและอาการแสดง ระยะแรกผู้ป่วยอาจไม่ได้สังเกต อาการที่อาจจะบ่งถึง
ั
ื้
อนตรายจากเสียงดัง คือ การมีเสียงวิ้ง ๆ ดังรบกวนในหูเรียกว่า “tinnitus” หรือความรู้สึกออในหู
มักจะหายไปหลังจากเลิกงาน 2-3 ชั่วโมง และการได้ยินจะค่อย ๆ แย่ลงเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่
สัมผัสกับเสียงดัง ไม่แปรผันตราอายุเหมือนโรคหูตึงในผู้สูงอายุ (Presbycusis hearing loss) และมัก
เป็นข้างใดข้างหนึ่ง (หูทั้งสองข้างมีระดับการสูญเสียการได้ยินไม่เท่ากัน)
3) การตรวจสมรรถภาพการได้ยิน คนงานใหม่ต้องได้รับการทดสอบการได้ยินก่อน
การรับเข้าท างาน หรือภายใน 6 เดือนแรกที่สัมผัสเสียงเฉลี่ย 8 ชั่วโมงที่ระดับ 85 dBA หรือสูงกว่า
อย่างน้อยเป็นประจ าทุกปี การตรวจหูและประเมินการได้ยินมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การ
ตรวจ ดังนี้
ื
3.1) Otoscopy ดูสภาพภายในช่องหูชั้นนอก และเงาของช่องหูชั้นกลาง เพ่อ
ั
ตรวจดูสภาวะการอกเสบภายใน
3.2) การตรวจการได้ยินโดยใช้ส้อมเสียง (tuning-fork) ใช้เพ่อทดสอบการน า
ื
ื
เสียงของกระดูกบริเวณกระโลกศีรษะ เพ่อประเมินภาวะการสูญเสียการได้ยินแบบ sensory
hearing loss ได้แก่
3.2.1) การตรวจ Weber Test เพ่อแยกผู้ที่มีปัญหาการได้ยินแบบการน า
ื
เสียงบกพร่อง กับผู้ที่มีปัญหาการได้ยินแบบประสาทรับเสียงบกพร่อง ต าแหน่งที่ใช้ทดสอบ คือ กลาง
หน้าผาก กลางกระหม่อม คาง หรือฟันหน้า ผู้ถูกตรวจจะสังเกตการได้ยินเสียงของหูข้างไหนดังกว่า
กัน ผลการสอบของผู้ที่มีภาวะการได้ยินปกติจะแจ้งว่าได้ยินเท่ากันทั้งสองข้าง แต่ถ้ามีภาวะน าเสียง
บกพร่องจะแจ้งว่าได้ยินเสียงดังไปยังหูข้างที่มีการน าเสียงบกพร่อง

