Page 24 - การใช้ภาษาและวัฒนธรรมไทยสำหรับครู
P. 24

๗



                                                         ื
                                             การตัดเสียง คอ การที่เสียงบางเสียงในคำถูกตัดไป เชน
                                                            ุ
                                                    ขาพระพทธเจา – ขาพเจา
                                                    อยุธยา – ยุดยา
                                             การสับเสียง คือ กระบวนการที่ทำใหเสียงเดิมสลับที่กันเปลี่ยนแปลง เชน
                                                    ตะกรา – กะตรา

                                                    ตะกรุด – กะตรุด
                                             การกลมกลืนเสียง คือ การที่เสียงเปลี่ยนไปตามเสียงที่ใกลกัน เชน
                                                                  ี้
                                                    อยางนี้ – อยางง  ยังงี
                                                                       ้
                                                    อยางไร – อยางไง  ยังไง
                                                    ดินหมอ – มนหมอ
                                                               ิ

                                                                                               
                                                                                           
                                                                                   ่
                                       2) การเปลี่ยนแปลงดานถอยคำ  ในปจจุบันมการเปลียนแปลงดวยถอยคำใน
                                                                            ี
                        ลักษณะตาง ๆ เชน
                                    การเปลี่ยนแปลงหนาที่ของคำ  โดยเปลี่ยนหนาที่ของคำจากเดิมไปเปนอีก
                        หนาที่หนึ่ง เชน
                                                    วันนี้อาจารยแกวแตงตัวปาจังเลยนะ

                                                    คำวา “ปา”  เดิมทำหนาที่เปนคำนาม แตในทีนี้ เปนคำวิเศษณ
                                                          หมายถึง ลาสมัย  เชย

                                    การนำชื่อเฉพาะมาใชเปนชื่อทั่วไป เชน
                                                     หมอชิต – แตเดิมบริเวณนั้นเปนโรงงานผลิตยานัตถุของ นายชิต

                        หรือที่คน ทั่วไปเรียก หมอชิต ตอมาสถานที่แหงนั้นกลายเปนสถานีขนสงสายเหนือและสถานี
                        ปลายทางรถไฟฟา ตามลำดับ แตคนทั่วไปยังเรียกหมอชิตดังเดิม
                                     การยืมคำจากภาษาตาง ๆ มาใช เชน ฟรี  ตั้งฉาย  เตาเจี้ยว  คอมพิวเตอร

                                     การเปลี่ยนความหมาย ความหมายของคำอาจจะกวางขึ้น แคบลงหรือ
                                     เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เชน  จริต เดิม หมายความวา ความประพฤติ หรือ
                                                                                                        
                        กิริยาอาการ เชน จริตกิริยานุมนวลละไม แตปจจุบัน มีความหมายแคบลง หรือมักใชเฉพาะทางไมดี
                        เทานั้น เชน  เด็กคนนี้มีจริตจะกานเกินวัย

                                       3) การเปลียนแปลงดานประโยค
                                                ่
                                                        
                                       การเปลี่ยนแปลงดานประโยคที่ไดรับอิทธิพลจากภาษาตางประเทศ เชน
                                             การใชรูปประโยค  Passive Voice หรือ กรรมวาจก โดยใชคำวา “ถูก”
                        เพื่อแสดงความหมายในเชิงบวก เชน ฉันถูกคุณแมชมเชย โครงสรางประโยคภาษาไทยที่ถกตอง ควร
                                                                                                 ู
                        เปน คุณแมชมเชยฉัน เมื่อตองการ  ใชรูปประโยคกรรมวาจก เพื่อแสดงความหมายในเชิงบวก ควร
                        ใชคำวา “ไดรับ”  เชน    ฉันไดรับคำชมเชยจากคุณแม  
   19   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29