Page 26 - การใช้ภาษาและวัฒนธรรมไทยสำหรับครู
P. 26
๙
ิ
การเปลี่ยนแปลงของภาษาเกดกับทุกชาติทุกภาษา แตไมควรใหเปลี่ยนแปลงจนเกิด
ผลเสียแกการสื่อสาร เชน ไมใหออกเสียง ร เปน ล เชน รัก เปน ลัก โรงเรียน เปน โลงเลียน และ
ไมใหออกเสียงควบกล้ำผิดหรือไมชัดเจน เชน ออกเสียง น้ำปลา เปน น้ำปา, ไมกวาด เปน ไมฝาด
, รถไฟฟา เปน รถไควควา ซึ่งจะทำใหผูฟงไมเขาใจความหมาย หรือเขาใจคลาดเคลื่อนซึงจะทำให
่
การสื่อสารครั้งนั้นๆ ไมสัมฤทธิ์ผลตามตองการ
๒.4 ภาษาตาง ๆ มีลักษณะคลายคลึงกัน
ี
่
ภาษาตางๆ ทัวโลกมมากมาย ภาษาเหลานี้จึงมีทั้งลักษณะที่ตางกันและเหมอนกัน เชน
ื
ื
ลักษณะที่ตางกัน ลักษณะที่เหมอนกัน
1. ดานเสียงภาษาอังกฤษมีเสียง g, j แต ๑. ทุกภาษาใชเสียงสื่อความหมาย เสียงนั้นม ี
ภาษาไทยไมม ี ทั้งเสียงสระและเสียงพยัญชนะ
๒.ภาษาไทยมีเสียงวรรณยุกต ภาษาอังกฤษ 2. ทุกภาษาสามารถสรางคำใหมจากศพทเดิม
ั
ไมม ี หรือนำคำศัพทอื่น ๆ มาประสมกับศัพทเดิม
เชน การประสมคำหรือซ้ำคำเพื่อสรางคำใหม
ขึ้นใช
3. คำไวยากรณ ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส 3. แตละภาษามีสำนวนที่ใชในความหมายใหม
ภาษาไทย มกเรียงประโยคแบบประธาน กริยา เชน ภาษาไทยมีกลุมคำ ตัดหางปลอยวัด มี
ั
กรรม แต ภาษาญี่ปุน ภาษาฮินดี เรียงประโยค ความหมายวา เลิกเกี่ยวของหรือเลิกรับผิดชอบ
้
ู
แบบประธาน กรรม กริยา ดงนัน ถาคนไทยพด ภาษาอังกฤษมีกลุมคำวา แคทซแอนดดอกซ
ั
วา ฉันกินขาว ญี่ปุน จะพูดวา ฉันขาวกิน เมื่อใชเปนสำนวนขยายกริยา “ฝนตก” จะ
หมายถึง ตกไมลืมหูลืมตา
4. แตละภาษามีวิธีขยายประโยคใหยาว
ออกไปไดเรื่อย ๆ
ื
5. แตละภาษามีคำชนิดตาง ๆ คลายกัน คอ ม ี
คำนาม คำกริยา คำขยายนาม คำขยายกริยา
6. แตละภาษามีวิธีแสดงความคิดคลาย ๆ กัน
คือ มีประโยคคำถาม ประโยคปฏิเสธ และ
ประโยคคำสั่ง
7. แตละภาษามีการเปลี่ยนแปลงไปตาม
กาลเวลา
แมวาภาษาจะมีขอแตกตางกนหลายประการ แตมีลักษณะที่คลายคลึงกันกับภาษาไทย
ั
อยูมากจึงทำใหการเรียนภาษาตาง ๆ เหลานั้นไมเปนสิ่งเหลือวิสัยที่จะสามารถเรียนรูได

