Page 31 - การใช้ภาษาและวัฒนธรรมไทยสำหรับครู
P. 31

๑๔


                                                                                                       
                                                                                                     ั
                                                                                                         ึ่
                        ของคำที่ใชเหมาะแกบุคคล กาลเทศะ อันเปนเอกลักษณทางภาษาไทย เชน มีการใชคำราชาศพทซง
                                                                      
                        เปนคำสุภาพประเภทหนึ่งที่คนไทยกำหนดขึ้นไวใชสำหรับพระมหากษัตริย  มิไดหมายความวา
                        พระมหากษัตริยเปนผูใชถอยคำนี้ แตเปนผูที่ตองใชภาษาเพ็ดทูลพระมหากษัตริย
                                          คนไทยในภูมิภาคตางๆ ของประเทศไทยจะสามารถติดตอสื่อสารกันได ถาทุกคนใช
                        ภาษากลางซึ่งเปนภาษาที่ใชอยูในเมืองหลวง และเปนภาษาที่สอนกันในสถานศึกษา ใชติดตอ
                                                                                                        
                        ราชการ คนไทยสวนมากยังรูภาษาที่ใชพูดกันเฉพาะถิ่นของตนอีกดวยภาษาที่ใชในถิ่นตางๆ จะ

                        แตกตางกันในดานเสียง  ความหมายของคำ และการใชศัพท ภาษาที่ใชในทองถิ่นตางๆ ของประเทศ
                        ไทยนั้นแบงตามภูมิศาสตรไดดังนี้  ภาษาภาคเหนือ  ภาษาภาคอีสาน  ภาษาภาคใต  เปนตน
                                          คนไทยบันทึกเกี่ยวกับชีวิตมนุษย และโลกที่มนุษยอาศัยในรูปแบบที่เรียกวา

                        วรรณกรรม หรือวรรณคดี ซึ่งเปนมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญเพราะวรรณกรรม  วรรณคดีได      
                        สะทอนใหทราบถึงสภาพความรูสึกนึกคิดทางอารมณ ปรัชญา สภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง
                        ตลอดจนเหตุการณตางๆ ไดอยางนาสนใจ ฉะนั้นวรรณคดีไมวาเรื่องใด ก็ตามยอมกลาวถึง ความด  ี
                        ความชั่ว  อุดมคติ  ความริษยา อาฆาต เปนตน  ซึ่งไดถายทอดออกมาไดลึกซึ้งกินใจสำหรับคนใน
                        ชาติตามรูปแบบการเขียนที่แตกตางกัน


                                           ั
                        ๒.  ขอสังเกตเกี่ยวกับวฒนธรรมในการใชภาษาไทย

                               ขอสังเกตเกี่ยวกับวัฒนธรรมในการใชภาษาไทย สรุปไดดังนี้
                                   ๑. ธรรมเนียมไทยถือวาผูใหญลอเลนหรือใหความสนิทสนมกับเด็กนับเปนการใหความ
                        เมตตา ถาเด็กถือเอาความเมตตานั้นเปนโอกาสใหพูดลอเลียนผูใหญเลน แมจะดวยความรัก ก็ถือวา

                                                                                      
                        ไมงาม ไมเหมาะสม  เปนเรื่องเสียมารยาท เด็กสมัยใหมมักจะขาดมารยาทขอนี้ มักไมรูจักความพอดี
                        ทำใหพูดลวงเกินผูใหญ หรือพูดจาตีเสมอผูใหญ แมจะเปนการพูดโดยไมไดมีเจตนารายก็ตาม
                                   ๒. ธรรมเนียมไทยนั้น ผูใหญที่ดีทานยอมรูตัววาทานทำอะไรดีหรือไม ทานแกไขตัวเองได  
                        ไมใชหนาที่ผูนอยที่จะตำหนิ ยิ่งเปนผูใหญของบานเมืองถาทานทำอะไรผิด ผลงานจะเปนตัวตำหนิ

                        ทานเอง
                                   ๓. วัฒนธรรมไทยนั้นถือวาสิ่งที่ไมงาม สิ่งที่นารังเกียจไมควรนำมาแสดง การนำสิ่งที่ไมดีของ
                                                                                                     
                        ผูอื่นออกมาแสดงนั้น ถือเปนการประจานผูอื่น เปนเรื่องเสียมารยาทอยางยิ่ง

                                                                                     
                                   ๔. การคำนึงถึงการใชภาษาใหสุภาพนั้น บางครั้งทำใหเกิดความฟุมเฟอยขึน มักเปนการใช
                                                                                            ้
                        คำมากแตกินความนอย ทั้งนี้เพราะความพยายามสุภาพ และแสดงความเกรงใจจนทำใหลืมเนื้อหาท ี่
                        ตองการสื่อสารไป เชน ตัวอยางการเขียนขอความบอกอาจารยของนักศึกษาที่กลาววา “กระผมมา
                                                                                                        ี
                        กราบขอรบกวนทานอาจารย จะรบกวนถามเรื่องการสอบไล ภาคเรียนที่ 1  ถาจะมากราบเรียนอก
                        ทานอาจารยจะสะดวกวันไหน โปรดกรุณาเขียนวันที่ใหทราบดวย ขอบพระคุณอยางยิ่งครับ” เปน

                        ตน  ในการเขียนนั้นควรเขียนใหกระชับ ตรงไปตรงมาไมเยิ่นเยอ และไดสาระสำคัญ ทั้งไมควรใช
                                                          
                        ภาษาที่ผิดธรรมเนียมหรือวัฒนธรรมไทยดวย
                                  ภาษาไมใชแคเพียงสื่อที่ทำหนาที่ลำเลียงสารหรือขอมูลไปยังผูรับสารเทานั้น ภาษายัง

                        สะทอนวัฒนธรรมของผูสงสารออกมาดวย  แมสารจะถูกตองชัดเจนแตหากขาดความสุภาพ
   26   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36