Page 153 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 153

145

                                      ็
              โมงกลางคืนจนถึงตี 3  เปนเวลาที่เรามักจะง่วงนอนง่ายๆ  ฉะนั้น  พระองค์จึงมีพระประสงค์ต้องการจะ
              เน้น” การตื่นเฝ้า “และคุณงามความดีของคนใช้ที่ตื่นเฝ้าอยู่เสมอ


                     จงมีความระมัดระวังและเตรียมพร้อม (ลก 12:39-40 เทียบ มธ 24:43-44, มก 13:35)

                     39 ให้ท่านทั้งหลายเข้าใจอย่างนี้เถอะว่า ถ้าเจ้าของบานล่วงรู้ได้ว่า ขโมยจะมาเวลาไหน เขาจะตื่น
                                                                    ้
              อยู่และระวังไม่ให้ทะลวงเรือนของเขาได้  ท่านทั้งหลายจงเตรียมตัวไว้ให้พร้อมด้วย เพราะในโมงที่ท่านไม่
                                                   40
              คิดไม่ฝันนั้น บุตรมนุษย์จะเสด็จมา
                     พระเยซูคริสตเจ้าทรงเปลี่ยนการเปรียบเทียบ  พระองค์ได้ทรงเปรียบเทียบการเสด็จมาของ

              พระองค์กับการมาโดยไม่รู้ตัวของขโมย ถ้าเจ้าของบ้านได้ทราบว่าขโมยจะมาเวลาใด  โดยปกติขโมยจะไม่
              ยอมบอกให้เจ้าของบ้านรู้ตัวล่วงหน้าเลยเป็นอันขาด  และจะไม่ยอมแพร่งพรายความลับให้ใครทราบเลย

              เจ้าของบ้านก็เช่นกัน  ถ้าหากเขามีโอกาสรู้ระแคะระคายว่าขโมยจะมาที่บ้านเขา  เขาจะต้องตื่นเฝ้าอย่าง
              แน่นอนที่สุด และเขาคงไม่ปล่อยให้ขโมยเจาะเข้าบ้านเขาได้  ในสมัยพระเยซูเจ้า  ชาวปาเลสไตน์สร้าง

              บ้านแบบง่ายๆ  ปกติกำแพงทำด้วยดินเหนียว  ฉะนั้น  ถ้าขโมยจะใช้ดาบเจาะก็สามารถเข้าบ้านได้อย่าง
                                                                                ้
              ง่ายดาย  และโดยที่เจ้าของบ้านไม่รู้สึกตัวด้วย  ฉะนั้น  ถ้าหากเจ้าของบานต้องการอยู่ยามจะต้องตื่นเฝ้า
              อยู่เสมอ ท่านทั้งหลายจงเตรียมพร้อมไว้ เพราะบุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้คาดหมาย

              พระเยซูเจ้าทรงพระประสงค์จะสอนผู้ที่ฟังพระองค์ว่า  เจ้าของบ้านจะต้องเฝ้าระมัดระวังทรัพย์สมบัติให้
              พ้นจากขโมยฉันใด  ผู้ติดตามพระองค์ก็ต้องพร้อมที่จะพบพระตุลาการฉันนั้น ในเวลาที่ท่านมิได้คาดหมาย

              พระเป็นเจ้าจะเสด็จมาพบเราสองครั้ง  คือเมื่อเราจะสิ้นใจ  พระองค์จะทรงตัดสินเราครั้งหนึ่ง  และอีกครั้ง
              หนึ่ง พระเยซูเจ้าจะเสด็จมาพิพากษามนุษย์ในวันสิ้นพิภพ  วันเวลาไม่มีใครทราบได้  ในที่นี้  พระองค์ก็ได้

              ทรงพูดถึงการเสด็จมาในครั้งแรก  ซึ่งพระองค์จะทรงตัดสินเราตามบาปบุญคุณโทษ อนึ่ง หลังจากเราสิ้นใจ
              แล้ว  ก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะทรงเตือนให้เราตื่นเฝ้า  เพราะหมดเวลาทดลองแล้ว


                                       ผู้จัดการที่ซื่อสัตย์ (ลก 12:42-46, มธ 24:45-51)
                     42 องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า ใครเป็นคนต้นเรือนสัตย์ซื่อและฉลาด ที่นายได้ตั้งไว้เหนือพวกคนใช้

                                                                                                44
                                        43
              สำหรับแจกอาหารตามเวลา  เมื่อนายมาพบเขากระทำอยู่อย่างนั้น บ่าวผู้นั้นก็จะเป็นสุข  เราบอกความ
                                                                               45
              จริงแก่ท่านทั้งหลายว่า นายจะตั้งเขาไว้ให้ดูแลบรรดาข้าวของของท่าน  แต่ถ้าบ่าวนั้นจะคิดในใจว่า นาย
              ของข้าคงจะมาช้า แล้วจะตั้งต้นโบยตีบ่าวชายหญิงและกินดื่มเมาไป  นายของบ่าวผู้นั้นจะมาในวันที่เขา
                                                                             46
              ไม่คิด ในโมงที่เขาไม่รู้ และจะทำโทษเขาถึงสาหัส ทั้งจะขับไล่เขาให้ไปอยู่กับคนที่ไม่สัตย์ซื่อ
                                                                                                            ั
                     ในอุปมาสองเรื่องที่แล้ว  พระเยซูเจ้าได้ทรงเตือนผู้ที่ติดตามพระองค์ให้เตรียมพร้อมเสมอ สำหรบ
              อัครสาวกและเป็นต้นนักบุญเปโตรที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความซื่อสัตย์ต่อพระองค์ มีความสงสัย
              ว่าที่พระองค์ตรัสนั้น  พระองค์ต้องการเตือนอัครสาวกหรือคนอื่นๆ  พระเยซูเจ้าได้ทรงตอบนักบุญเปโตร

              โดยเล่าอุปมาเรื่องนี้ให้ฟัง เพื่อเน้นว่า พวกอัครสาวกจะต้องเตรียมพร้อมเช่นเดียวกันด้วย ใครเล่าเป็น
              ผู้จัดการที่ซื่อสัตย์และรอบคอบ  ตามปกติในครอบครัวที่ร่ำรวยในสมัยนั้น  คนใช้แต่ละคนได้รับส่วนแบ่ง

              ซึ่งอาจจะเป็นข้าวสาลีหรือพืชอื่นๆ  และพวกเขาอาจจะใช้พืชผลที่ได้รับนั้นทำให้เกิดประโยชน์ นายแต่งตั้ง
              ให้ดูแลผู้รับใช้อื่นๆ เพื่อปันส่วนอาหารให้ตามเวลาที่กำหนด  นายตั้งใจจะเดินทางไปที่อื่น จึงได้ตั้งผู้รับใช้ที่

              รับผิดชอบผลประโยชน์ไว้  ผู้รับใช้ผู้นี้มีหน้าที่ที่จะดูแลผลประโยชน์ให้แก่นายและคอยควบคุมคนใช้อื่นๆ

              เหมือนกับนาย  เป็นบุญของผู้รับใช้ที่รับผิดชอบ ถ้าหากผู้รับใช้ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์จนกว่านาย
              กลับมาเขาก็จะได้รับคำชมเชย  และนายจะแต่งตั้งเขาให้เป็นหัวหน้าดูแลทรัพย์สมบัติทั้งหมดซึ่งเป็น
   148   149   150   151   152   153   154   155   156   157   158