Page 165 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 165

157

                                     ั
              เขาขอเสียอีก   ขณะที่ผู้รบใช้ผู้นี้ออกไป เปลี่ยนฉากใหม่ คนใช้เดินออกไปจากท้องพระโรง เผอิญเขาได้พบ
                ื่
              เพอนคนใช้ด้วยกันที่เป็นหนี้เขาไม่มากเท่าไร เพียงไม่กี่พันบาท   เขาเข้าไปคว้าคอบีบไว้แน่น ให้เราสังเกต
              และเปรียบเทียบการกระทำของกษัตริย์ที่มีต่อเขา และการกระทำของเขาต่อลูกหนี้ น้ำใจของเขาต่ำช้า
              มากๆ และเขาใช้ความรุนแรงต่อลูกหนี้ “เจ้าเป็นหนี้ข้าอยู่เท่าไร จงจ่ายให้หมด” จำนวนหนี้สินนั้นน้อย

              เหลือเกิน ถ้าเปรียบเทียบกับหนี้สินที่ก็กษัตริย์ยกให้เขา เขาคงจะรู้สึกอายๆ ด้วยซ้ำไป จึงไม่ได้กล่าวว่ามาก

              เท่าไร เพียงแต่พูดว่าหนี้สินที่ติดข้า    เพื่อนคนนั้นคุกเข่าลงอ้อนวอน ลูกหนี้ได้ทำเช่นเดียวกันกับที่เขาเพง
                                                                                                              ิ่
              ทำมาเมื่อสักครู่นั่นเอง กล่าวคือ ได้ขอความกรุณาจากเขา และสัญญาว่าจะพยายามชำระหนี้สินให้ครบ
              คำมั่นสัญญานี้คงจะทำได้ง่าย แต่คำสัญญาที่คนใช้ใจอำมหิตได้สัญญากับกษัตริย์นั้นยากกว่าหลายเท่าตัว

              แต่เขาก็ไม่ยอมฟัง   แต่เขาไม่ยอมฟัง นำลูกหนี้ขังไว้จนกว่าจะชำระหนี้ให้หมด เขาพยายามทำตามความ

                                     ิ
              ยุติธรรม โดยขาดเมตตาจต ทั้ง ๆ ที่เขาเองพึ่งได้รับพระเมตตาจากกษัตริย์   เพื่อนผู้รับใช้อื่น ๆ เห็นดังนั้น
              ฉากที่สาม เมื่อเพื่อนร่วมงานเห็นความสารเลวของคนใช้ดังนั้นก็รู้สึกเศร้าใจ และได้รายงานให้กษัตริย์ทรง

                        ้
              ทราบ   เจาคนสารเลว ฉากสุดท้าย กษัตริย์รับสั่งให้นำคนใช้มาเฝ้า และบัดนี้เขาก็อยู่ต่อหน้ากษัตริย์ ที่
              เมื่อก่อนนั้นทรงพระเมตตาต่อเขา แต่เดี๋ยวนี้ทรงพระพิโรธ และพระองค์กำลังจะใช้ความยุติธรรมของ

                                                                                  ้
              พระองค์ต่อคนใช้สารเลว   ข้ายกหนี้สินของเจ้าทั้งหมดเพราะเจ้าขอร้อง เจาต้องเมตตาเพื่อนผู้รับใช้
              ด้วยกัน เหมือนกับที่ข้าได้เมตตาเจ้ามิใช่หรือ เจ้าก็ควรจะมีเมตตาจิตต่อคนอื่นๆ มิใช่หรือ กษัตริย์ทรงพระ

              พิโรธต่อเขาไม่ใช่เพราะเขาเป็นหนี้มหาศาลต่อกษัตริย์ แต่เพราะว่าเขาได้กระทำต่อเพื่อนคนใช้โดยไร้ความ
                    ี
                                                                                     ั
              ปราณ เขาไม่ได้ทำกับผู้อื่น สิ่งที่เขาต้องการให้ผู้อื่นทำต่อเขา   ตรัสสั่งให้นำผู้รบใช้นั้นไปทรมานจนกว่าจะ
              ชำระหนี้หมดสิ้น กษัตริย์เคร่งครัด พระองค์ทำตามความยุติธรรมและเนื่องจากหนี้สินจำนวนมหาศาล โทษ
              ของเขาคงจะอยู่ตลอดชีวิต แต่ที่ร้ายกว่านั้นอีกก็คือ เขาจะต้องถูกทรมาน ถูกลงโทษอย่างสาหัส เพราะว่า

              เขาขาดความเมตตาต่อเพื่อนคนใช้ด้วยกัน   พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์จะทรงกระทำต่อท่านทำนอง

              เดียวกัน พระเยซูเจ้าประยุกต์อุปมาของพระองค์เป็นอุปมาที่พระองค์ทรงประดิษฐ์ขึ้น เพื่อใช้สอนเราว่า
              เราจะต้องมีเมตตาจิตต่อเพื่อนมนุษย์ ถ้าหากเราต้องการพระเมตตาจากพระองค์ พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นการ

              ประยุกต์คำภาวนาวิงวอนขอ ขอหนึ่งในบทข้าแต่พระบิดา “โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้า
              ให้อภัยแก่ผู้อื่น” และพระองค์ได้ตรัสไว้ว่า “แต่ถ้าท่านไม่ให้อภัยผู้ทำความผิด พระบิดาของท่านก็จะไม่

              ประทานอภัยแก่ท่านเช่นเดียวกัน” (มธ 6:15)

                                       ชาวสะมาเรียใจดี (ลก 10:30-37 เทียบ ยน 4:9)
                     30 พระเยซูตรัสตอบว่า มีชายคนหนึ่งลงไปจากกรุงเยรูซาเล็มจะไปยังเมืองเยรีโค และเขาถูกพวกโจร
                                                                                        31
              ปล้น โจรนั้นได้แย่งชิงเสื้อผ้าของเขาและทุบตี แล้วก็ละทิ้งเขาไว้เกือบจะตายแล้ว  เผอิญปุโรหิตคนหนึ่ง
                                                                     32
              เดินลงไปทางนั้น เมื่อเห็นคนนั้นก็เดินเลยไปเสียอีกฟากหนึ่ง  คนหนึ่งในพวกเลวีก็ทำเหมือนกัน เมื่อมาถึง
                                                     33
              ที่นั่นและเห็นแล้วก็เลยไปเสียอีกฟากหนึ่ง  แต่ชาวสะมาเรียคนหนึ่ง เมื่อเดินทางมาถึงคนนั้น ครั้นเห็นแล้ว
                          34
              ก็มีใจเมตตา  เข้าไปหาเขาเอาผ้าพันบาดแผลให้พลางเอาน้ำมันกับเหล้าองุ่นเทใส่บาดแผลนั้น แล้วให้เขา
                                                                                35
                                                                                     ุ่
              ขึ้นขี่สัตว์ของตนเอง พามาถึงโรงแรมแห่งหนึ่ง และรักษาพยาบาลเขาไว้  วันรงขึ้นเมื่อจะไป เขาก็เอาเงิน
              สองเดนาริอันมอบให้เจ้าของโรงแรม บอกว่า จงรักษาเขาไว้เถิด และเงินที่จะเสียเกินนี้ เมื่อกลับมาฉันจะ
                   36
                                                                                            37
              ใช้ให้  ในสามคนนั้น ท่านคิดเห็นว่าคนไหนปรากฏว่าเป็นเพื่อนบ้านของคนที่ถูกปล้น  เขาทูลตอบว่า คือ
              คนนั้นแหละที่ได้สำแดงความเมตตาแก่เขา พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า ท่านจงไปทำเหมือนอย่างนั้นเถิด
   160   161   162   163   164   165   166   167   168   169   170